เมียนมาร์ให้คำมั่นว่าจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 8 พ.ย.ให้มีเสถียรภาพและสันติภาพ หลังเกิดเหตุทำร้ายสมาชิกพรรคฝ่ายค้านของนางออง ซาน ซูจี
ทางการเมียนมาร์ ประกาศจะรักษาเสถียรภาพและสันติภาพระหว่างการเลือกตั้ง หลังเกิดเหตุทำร้ายสมาชิกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดี ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักของเมียนมาร์ระหว่างการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง
ล่าสุด รายงานข่าวแจ้งว่านายเนียง สมาชิกพรรคเอ็นแอลดี ของนางออง ซาน ซูจี ที่ถูกคนร้าย 3 คนทำร้ายด้วยมีดเมื่อคืนวันพฤหัสบดี พร้อมกับเพื่อนอีก 3 คนและนายเนียงบาดเจ็บหนักสุด โดยบาดเจ็บที่ขา และศีรษะมีแผลถูกฟันถึงคิ้ว อาการดีขึ้นแล้ว
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเมียนมาร์ ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยลงมือก่อเหตุครั้งนี้ได้ 3 คน แต่ยังไม่แน่ชัดว่า ลงมือทำร้ายผู้สมัครจากพรรคเอ็นแอลดีเพราะสาเหตุใด
ขณะเดียวกัน สำนักงานการลงทุนและกำกับบริษัทเอกชนของเมียนมาร์ เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ให้ใบอนุญาตแก่บริษัทต่างชาติจำนวน 101 แห่งในการลงทุนในเมียนมาร์ในช่วงครึ่งปีแรก ช่วงเดือนเม.ย.-ก.ย.ของปีงบประมาณ 2558-2559
บริษัทที่ได้ใบอนุญาตอยู่ในธุรกิจน้ำมันและก๊าซ, ภาคการผลิต, ขนส่งและสื่อสาร, การโรงแรมและการท่องเที่ยว, อสังหาริมทรัพย์, เหมืองแร่ และภาคบริการต่างๆ มูลค่าการลงทุนโดยรวมอยู่ที่ระดับ 3,280 ล้านดอลลาร์
ส่วนนักลงทุนต่างชาติที่เข้าลงทุนในเมียนมาร์ ได้แก่ ออสเตรเลีย, จีน, อินเดีย, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, สิงคโปร์, ไทย, อังกฤษ และสหรัฐ โดยจีน เป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุด คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 14,870 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วยสิงคโปร์ 10,850 ล้านดอลลาร์ และไทย 10,290 ล้านดอลลาร์





