"โจโก วิโดโด" ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ที่สหรัฐเป็นผู้ผลักดัน
ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย กล่าวระหว่างพบหารือกับประธานาธิบดีบารัค โอบามา ผู้นำสหรัฐ ที่ทำเนียบขาว เมื่อวันจันทร์ ว่าในฐานะเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากการที่ต้องดูแลประชากรมากถึง 250 ล้านคน อินโดนีเซียมีความสนใจที่จะเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ( ทีพีพี ) ที่สหรัฐและอีก 11 ประเทศบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายร่วมกันเมื่อต้นเดือนนี้
ขณะที่โอบามากล่าวเสริมว่าโดยส่วนตัวแล้วให้ความสำคัญกับอินโดนีเซียมาก เนื่องจากเป็นประเทศที่เคยอาศัยอยู่เมื่อครั้งเยาว์วัยนานถึง 5 ปี และเครือญาติหลายคนยังเป็นชาวอินโดนีเซียอีกด้วย รัฐบาลวอชิงตันจึงต้องการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับรัฐบาลจาการ์ตา ด้านนายไมเคิล โฟรแมน ผู้แทนด้านการเจรจาการค้าของสหรัฐ กล่าวว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแบ่งปันข้อมูลเรื่องทีพีพีเพิ่มเติมให้แก่อินโดนีเซีย เพื่อปูทางสู่การเจรจาอย่างเป็นทางการร่วมกันต่อไป
นอกจากนี้ ผู้นำสหรัฐและอินโดนีเซียยังหารือกันในประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อม ที่รวมถึงการดับไฟป่าและแก้ไขปัญหาหมอกควันที่มีต้นตอจากในอินโดนีเซีย ที่ขยายวงกว้างไปสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่ง ตลอดจนการเสริมความแข็งแกร่งให้แก่กองทัพเรือของอินโดนีเซียด้วย ซึ่งโอบามาและวิโดโดออกแถลงการณ์ร่วมกัน เรียกร้องให้คู่กรณีทุกฝ่ายในทะเลจีนใต้หลีกเลี่ยงการยั่วยุต่อกัน โดยไม่ได้เป่ยถึงประเทศใดโดยตรง
ด้านแหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในคณะติดตามวิโดโด เผยว่าผู้นำอินโดนีเซียอาจเดินทางกลับเร็วกว่ากำหนด เนื่องจากต้องการบัญชาการแก้ไขสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันด้วยตัวเอง ทั้งนี้ วิโดโดถือเป็นประธานาธิบดีอินโดนีเซียคนแรกในรอบ 1 ทศวรรษ ที่เดินทางเยือนสหรัฐอย่างเป็นทางการ





