นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนของอังกฤษ เตรียมออกแผนใหม่สกัดวัยรุ่นเดินทางไปซีเรีย
นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอนของอังกฤษเตรียมกล่าวสุนทรพจน์ในวันนี้ (19 ต.ค.) เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ใหม่ในการรับมืออุดมการณ์นักรบญิฮัดและห้ามหนุ่มสาวชาวอังกฤษเดินทางไปซีเรีย
มาตรการสำคัญในยุทธศาสตร์ใหม่นี้รวมไปถึงการอนุญาตให้พ่อแม่ขอยกเลิกหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตของลูกที่อายุระหว่าง 16-17 ปีได้ หากเกรงว่าจะเดินทางไปร่วมกลุ่มติดอาวุธในซีเรียหรืออิรัก และห้ามบุคคลที่เคยต้องโทษคดีก่อการร้ายหรือหัวสุดโต่งไม่ให้ทำงานกับเด็กและกลุ่มคนที่มีแนวโน้มถูกชักจูงได้ง่าย
ร่างสุนทรพจน์ของนายคาเมรอนระบุว่า แนวคิดสุดโต่งเปรียบเหมือนอาการป่วยชนิดหนึ่งซึ่งเกิดจากอุดมการณ์สุดโต่ง แต่สัดส่วนกลุ่มคนที่มีแนวคิดนี้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงต้องมีมาตรการใหม่มารองรับ ขณะนี้มีทางเลือกอยู่สองทางระหว่างทำไม่รู้ไม่เห็น หรือลงมือแก้ไขปัญหาเพื่อประโยชน์ของชาวอังกฤษ ซึ่งยุทธศาสตร์ใหม่ในการรับมือกลุ่มสุดโต่งของรัฐบาลเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ารัฐบาลเลือกที่จะขจัดอุดมการณ์สุดโต่งที่เป็นพิษเป็นภัยต่อสังคมด้วยความมุ่งมั่น และมีเป้าหมายเพื่อสร้างประเทศให้ดียิ่งขึ้น
ก่อนหน้านี้ ตำรวจอังกฤษเปิดเผยว่า สามารถขัดขวางแผนการโจมตีในประเทศของกลุ่มสุดโต่งได้หลายครั้ง และเชื่อว่ามีชาวอังกฤษหลายร้อยคนเดินทางไปซีเรียและอิรักเพื่อเข้าร่วมกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือไอเอส ทำให้เกิดความวิตกมากขึ้นว่ามาตรการที่ผ่านมาของรัฐบาลยังไม่เพียงพอต่อการจัดการแนวคิดสุดโต่ง
เมื่อต้นเดือนนี้ เด็กชายชาวอังกฤษวัย 15 ปีคนหนึ่ง ถูกตัดสินจำคุกอย่างน้อย 5 ปีในข้อหายุยงและวางแผนฆ่าตัดคอตำรวจในออสเตรเลีย ซึ่งนับเป็นผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายที่อายุน้อยที่สุดในอังกฤษ





