อองซานซูจีออกหาเสียงรัฐยะไข่ 3 วัน ท่ามกลางกระแสขัดแย้งเชื้อชาติ ไม่หวั่นแข่งเดือดพรรคชาตินิยม
นางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคสันนิบาติแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย หรือเอ็นแอลดี ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านของพม่า เดินทางไปรัฐยะไข่วันนี้ เพื่อรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเป็นเวลา 3 วัน แต่พื้นที่ดังกล่าว ท่ามกลางกระแสความขัดแย้งด้านเชื้อชาติและศาสนาในพื้นที่นี้และการแข่งขันอย่างดุเดือดจากพรรคชาตินิยมที่ทรงอิทธิพล
ที่ผ่านมา นางซูจี ถูกกล่าวหาจากคู่แข่งทางการเมืองในรัฐยะไข่ว่า ทำตัวเป็นมิตรกับชาวมุสลิมมากเกินไป ซึ่งถือเป็นข้อหาที่ตรงกันข้ามกับพื้นที่ที่เหลือของประเทศและต่างประเทศ ที่ผู้นำพรรคเอ็นแอลดีถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า กล่าวถึงชะตากรรมของชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมโรฮิงญาน้อยเกินไป
ทั้งนี้ สมาชิกพรรคเอ็นแอลดี ระบุว่า การตัดสินใจลงพื้นที่ต่างๆ ในรัฐยะไข่ของนางซูจี มีขึ้นหลังจากข้อมูลบ่งชี้ว่า พรรคเอ็นแอลดี มีแนวโน้มที่จะได้รับการสนับสนุนจากเขตเลือกตั้งเหล่านี้ไม่มากนัก ขณะที่พรรคเอ็นแอลดี คาดว่าจะทำได้ดีในการเลือกตั้งครั้งสำคัญนี้ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับคู่แข่งที่น่ากลัวอย่างพรรคแห่งชาติอาระกัน หรือเอเอ็นพี ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระแสชาตินิยมและความรู้สึกต่อต้านชาวมุสลิมที่เพิ่มมากขึ้นหลังเหตุรุนแรงในรัฐยะไข่ในปี 2555
ชาวโรฮิงญาประมาณ 140,000 คน ยังคงอาศัยอยู่ในค่ายพักชั่วคราวในรัฐยะไข่ และไม่มีส่วนร่วมในการเลือกตั้งปีนี้ ซึ่งทำให้เกิดเสียงประณามจากนานาชาติต่อรัฐบาลกึ่งพลเรือนที่กำลังบริหารประเทศนับตั้งแต่การปกครองของทหารสิ้นสุดลงในปี 2554
นางซูจี มีกำหนดเดินทางจากเมืองตานด่วย ไปยังเมืองตองอูบ ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุ ที่จุดชนวนไปสู่กระแสการก่อเหตุรุนแรงในเดือนมิ.ย. 2555 ที่ผู้แสวงบุญชาวมุสลิม 10 คน ถูกดึงลงจากรถโดยสารขณะเดินทางผ่านเมืองนี้ และถูกสังหารโดยม็อบ





