ผู้นำฝรั่งเศสและเยอรมนี เรียกร้องประเทศในภูมิภาคร่วมแก้ไขวิกฤติผู้ลี้ภัยและผู้อพยพที่เข้ายุโรปมาแล้วกว่า 600,000 คน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองสตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ว่าประธานาธิบดีฟรองซัวส์ ออลลองด์ ผู้นำฝรั่งเศส แถลงต่อที่ประชุมสภายุโรป ( อีพี ) ที่เมืองสตราสบูร์ก เมื่อวันพุธ เรียกร้องให้สมาชิกสหภาพยุโรป ( อียู ) ทั้ง 28 ประเทศแสดงความเป็นเอกภาพร่วมกันมากกว่านี้ เพื่อให้การแก้ไขวิกฤติผู้อพยพและผู้ลี้ภัยที่เดินทางเข้าสู่ภูมิภาคมากกว่า 600,000 คนแล้วตั้งแต่ต้นปีนี้ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ขณะที่นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ผู้นำเยอรมนี กล่าวว่าการเดินทางเข้าสู่ยุโรปอย่างต่อเนื่องของผู้อพยพและผู้ลี้ภัยหมายถึง การต้องเปลี่ยนแปลงกระบวนการทำงานของยุโรปครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกภาคส่วนควรแสดงออกร่วมกันเป็นอย่างยิ่งบนพื้นฐานของความสามัคคี นอกจากนี้ แมร์เคิลยังกล่าวถึงการขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมในเรื่องดังกล่าวจากตุรกีด้วย แต่เธอยืนยันว่าเยอรมนียังคัดค้านการให้รัฐบาลอังการาเข้าเป็นสมาชิกอียู
ในเวลาเดียวกัน กระทรวงมหาดไทยของเยอรมนีรายงานการขึ้นทะเบียนผู้ลี้ภัย 577,000 คน ในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา โดย 1 ใน 3 ของผู้ที่ขึ้นทะเบียนเป็นชาวซีเรีย ด้านประธานาธิบดีโยอาคิม เกาค์ ซึ่งอยู่ระหว่างเดินทางเยือนสหรัฐ กล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลวอชิงตันเพิ่มความสนับสนุนให้แก่ยุโรป เพื่อช่วยบรรเทาวิกฤติด้านมนุษยธรรมครั้งนี้ด้วย ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐประกาศเมื่อต้นเดือนก.ย.ที่ผ่านมา เตรียมรับให้ความช่วยเหลือผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย 10,000 คนภายใน 12 เดือนนับจากนี้ เรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย ว่าเป็นความช่วยเหลือที่น้อยเกินไป





