ผู้เชี่ยวชาญชี้ กลุ่มการเมืองขวาจัดในยุโรปใช้วิกฤติผู้อพยพเรียกคะแนนเสียงเลือกตั้ง โดยจุดกระแสหวาดกลัวเรื่องชาวต่างชาติรุกราน
ผู้เชี่ยวชาญด้านกลุ่มขวาจัดในฝรั่งเศส นายฌอง-อีฟส์ กามูส์ กล่าวว่า กลุ่มขวาจัดไม่ได้มองว่าคนต่างชาติเข้าประเทศเป็นผู้ลี้ภัยหรือผู้อพยพ แต่มองว่าเป็นผู้รุกราน ยิ่งผู้อพยพส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิมยิ่งเข้าทางกลุ่มขวาจัดที่อ้างว่าพวกเขากำลังนำนักรบศาสนาเข้ามาบุกวัฒนธรรมคริสตชนในยุโรป เรื่องนี้เป็นสิ่งที่กลุ่มขวาจัดอ้างมานานแล้วแต่มีแนวโน้มจะได้ผลมากขึ้นในปัจจุบันเพราะถูกนำไปโยงกับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือไอเอส และกลุ่มมุสลิมสุดโต่งอื่น ๆ
ด้านนักประวัติศาสตร์ชาวฝรั่งเศส นายนิโกลาส์ เลอบูร์ก มองว่า กระแสขวาจัดเริ่มได้รับการยอมรับในยุโรปเพราะเหตุร้ายที่เกิดขึ้นหลายครั้งทั่วโลกอันมีต้นกำเนิดจากเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน 2544 และวิกฤติการเงินโลกปี 2552
ก่อนหน้านี้ หัวหน้าพรรคแนวร่วมแห่งชาติของฝรั่งเศส นางมารีน เลอ เปน กล่าวหาผู้อพยพว่า เป็นผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายที่เรียกร้องมากเกินไปและหยิ่งยะโส โดย 3 ใน 4 ของผู้อพยพไม่ใช่ผู้ลี้ภัยแต่เป็นพวกที่ต้องการใช้สวัสดิการของยุโรปเท่านั้น เธออ้างด้วยว่า ทางพรรคได้เตือนเรื่องวิกฤติผู้อพยพมาหลายปีแล้ว และเสนอให้แก้ปัญหาด้วยการให้เครื่องกันหนาว ให้อาหาร และส่งพวกเขากลับประเทศต้นทาง
ขณะที่แกนนำพรรคประชาธิปไตยสวีเดนเคยกล่าวหาบิดาของทารกซีเรียวัย 3 ขวบที่ถูกซัดร่างไร้ลมหายใจเกยชายหาดตุรกีและสร้างความสะเทือนใจไปทั่วโลกว่า อยากอพยพมาอยู่สวีเดนเพื่อรักษาฟันฟรี





