เวียดนามผ่อนคลายกฎระเบียบการทำธุรกิจครั้งใหญ่สุดในรอบ 25 ปี พร้อมเร่งขายหุ้นรัฐวิสาหกิจ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
เวียดนามกำลังผ่อนคลายระเบียบการทำธุรกิจครั้งใหญ่สุดในรอบ 25 ปี และเร่งขายหุ้นรัฐวิสาหกิจ เพื่อพลิกฟื้นอนาคตการลงทุนของประเทศที่อ่อนแรงลงในขณะนี้
ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ รัฐบาลเวียดนามจะลดจำนวนภาคธุรกิจที่ห้ามเอกชนดำเนินการลง จาก 51 กิจการเหลือ 6 กิจการ ซึ่งรวมถึงการผลิตดอกไม้ไฟ และสินค้าตัดแต่งพันธุกรรม รวมทั้งผ่อนคลายกฎระเบียบอื่น ๆ อีกกว่า 100 กิจการ ถือเป็นการยกเครืื่องกฏระเบียบการทำธุรกิจครั้งใหญ่สุดของเวียดนาม นับตั้งแต่เริ่มอนุญาตให้มีบริษัทเอกชนเข้าไปลงทุนในปี 2533
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวางแผนและลงทุนเวียดนาม “นายบุ่ย กวาง วินห์” เปิดเผยว่า รัฐบาลมีจุดมุ่งหมายต้องการดึงดูดเม็ดเงินลงทุน ทั้งจากนักลงทุนเวียดนามและต่างชาติ ซึ่งการทบทวนกฎหมายลงทุนและธุรกิจนี้ จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ซึ่งจะยกระดับบรรยากาศการทำธุรกิจของเวียดนามอย่างมีนัยสำคัญ และสร้างแรงหนุนอันแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจ
ปัจจุบัน เวียดนามกำลังเผชิญหน้ากับการแข่งขันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ หรือเอฟดีไอ จากชาติอื่น ๆ ในเอเชีย โดยในช่วงห้าเดือนแรกของปีนี้เวียดนามมียอดเอฟดีไอเป้าหมายเพียง 4,300 ล้านดอลลาร์ หรือไม่ถึง 20% ของยอดรวมที่คาดการณ์ไว้สำหรับปีนี้ และเมื่อเทียบกับปีก่อน ยอดเอฟดีไอเป้าหมาย ช่วงห้าเดือนแรกลดลง 22% ขณะที่เอฟดีไอที่เบิกจ่ายแล้วเพิ่มขึ้น 7.6% เป็น 4,950 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีเหงียน ตัน ดุ่ง ยังตั้งเป้าขายหุ้นรัฐวิสาหกิจมากเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ หลังจากรัฐบาลพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวในระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีที่ 6.2%





