"แองเจลินา โจลี" ทูตพิเศษสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติเดินทางเยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัยซีเรีย ในตุรกีเมื่อวานนี้
แองเจลินา โจลี ดาราสาวชื่อดังของสหรัฐ และทูตพิเศษสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอชซีอาร์ พร้อมด้วยข้าหลวงใหญ่ยูเอ็นเอชซีอาร์ “นายแอนโดนิโอ กูเตียเรซ” เดินทางเยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัยซีเรีย ในตุรกี เมื่อวานนี้ เนื่องในวันผู้ลี้ภัยโลก
หลังจากเข้าหารือสถานการณ์ผู้อพยพกับประธานาธิบดีเทย์ยิบ เออร์โดแกน ของตุรกีแล้ว โจลี และนายกูเตียเรซ ได้เดินทางไปยังค่ายผู้ลี้ภัยซีเรีย ในจังหวัดมาร์ดิน ทางตอนใต้ของซีเรีย และร่วมรับฟังความยากลำบากจากบรรดาผู้อพยพ
โจลี ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นแค่วิกฤติผู้ลี้ภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นวิกฤติความมั่นคงโลก พร้อมเรียกร้องให้ประชาคมโลก และผู้นำทั่วโลกตระหนักถึงเรื่องนี้ ที่สะท้อนให้เห็นถึงความจริงอันน่าสะพรึงกลัว ที่โลกขาดความสามารถในการบริหารจัดการวิกฤติระหว่างประเทศ ขาดความสามารถในการสร้างสันติภาพ และไม่สามารถหาทางออกอย่างยั่งยืนได้
ปัจจุบัน มีผู้อพยพอยู่ในตุรกีมากกว่า 2 ล้านคน และรัฐบาลต้องใช้จ่ายมากกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์เพื่อดูแลผู้อพยพเหล่านี้ ขณะที่ทั่วโลกนั้น มีการประเมินว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของเมื่อปีที่แล้ว มีประชาชนราว 5.5 ล้านคนที่ถูกกดดันให้ต้องกลายเป็นผู้อพยพ ในจำนวนนี้มีอยู่ราว 1.4 ล้านคนที่หลบหนีไปอนู่ในต่างประเทศ
ข้อมูลจากยูเอ็นเอชซีอาร์ ยังแสดงให้เห็นว่า ซีเรีย แซงหน้าอัฟกานิสถานขึ้นเป็นชนชาติที่มีการลี้ภัยมากที่สุดในโลก ไม่รวมชาวปาเลสไตน์ แซงหน้าชาวอัฟกานิสถาน ที่ตกลงไปอยู่ในอันดับ 2 โดยชาวซีเรียลี้ภัยสงครามในบ้านเกิดไปยังประเทศต่างๆ มากกว่า 100 ประเทศ
ขณะที่ผู้ลี้ภัยชาวอัฟกานิสถาน ซึ่งเป็นกลุ่มใหญ่สุดมานานร่วม 3 ทศวรรษ มีอยู่ 2.6 ล้านคนที่เข้าไปพำนักในปากีสถาน และอิหร่าน ส่วนอันดับ คือ ชาวซีเรีย ที่มีจำนวนผู้ลี้ภัยอยู่ราว 1.1 ล้านคน
ทั้งนี้ ตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ กลายเป็น 2 ภูมิภาคหลักที่เป็นแหล่งต้นกำเนิดของผู้ลี้ภัยมากสุด แซงหน้าเอเชีย และแปซิฟิก ที่เคยเป็นแหล่งต้นกำเนิดผู้อพยพมากสุดมานานกว่าทศวรรษ





