ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง กังวลเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ หลังไอเอ็มเอฟ ออกมาปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐ
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ร่วงลง 170.69 จุด หรือ 0.94% มาอยู่ที่ 17,905.58 จุด ส่วนดัชนีเอส แอนด์ พี 500 ลดลง 18.23 จุด หรือ 0.86% ที่ 2,095.84 จุด และดัชนีแนสแด็ก ลดลง 40.11 จุด หรือ 0.79% ปิดซื้อขายที่ 5,059.12 จุด
นักวิเคราะห์ชี้ว่า บรรยากาศการซื้อขายในตลาดเต็มไปด้วยความระมัดระวังตัว จากปัจจัยลบหลายอย่าง โดยเฉพาะการที่ไอเอ็มเอฟ ออกมาลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐ ลงมาอยู่ที่ 2.5% จากเดิมที่ประเมินว่าจะเติบโตราว 3.1% และเรียกร้องให้ธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ชะลอการขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้
ขณะเดียวกัน ปัญหาเรื่องหนี้กรีซ ที่ยังไม่เห็นทางที่จะบรรลุข้อตกลงในการเจรจากับกลุ่มเจ้าหนี้ เกี่ยวกับเงินกู้ก้อนใหม่ และกรีซประกาศเลื่อนชำระหนี้เงินกู้ไอเอ็มเอฟ งวดที่ต้องจ่ายในวันนี้ (5 มิ.ย.) และงวดที่เหลือในเดือนมิ.ย. เป็นการจ่ายก้อนเดียวจำนวน 1,800 ล้านดอลลาร์ ในวันที่ 30 มิ.ย.
ปัญหาเรื่องหนี้กรีซ ยังทำให้ตลาดหุ้นหลักๆ ทั่วยุโรปร่วงลงเช่นกัน
ดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ของอังกฤษร่วงลง 1.32% มาอยู่ที่ 6,859.24 จุด ส่วนดัชนีแค็ก 40 ของฝรั่งเศส ลดลง 0.93% ที่ 4,987.13 จุด และดัชนีแด็กซ์ 30 ของเยอรมนี ลดลง 0.69% มาอยู่ที่ 11,340.60 จุด
เทรดเดอร์ ระบุว่า ทางตันในเรื่องการเจรจาปัญหาหนี้กรีซ ทำให้ตลาดหวนกลับไปสู่ในวันที่ย่ำแย่ เหมือนสมัยที่เกิดวิกฤติหนี้ยูโร ด้วยการเกิดแรงเทขายอย่างหนัก และรวดเร็ว ทั่วทั้งยุโรป
น้ำมันร่วงต่อเนื่องวันที่ 2
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ดิ่งลงอย่างหนักเป็นวันที่ 2 ก่อนหน้าที่การประชุมผู้นำกลุ่มประเทศส่งออกน้ำมัน หรือโอเปค จะดำเนินการทบทวนโควตาการผลิตของชาติสมาชิก ท่ามกลางการจัดหาที่ยังล้นตลาดอยู่
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ที่ตลาดไนเม็กซ์ สหรัฐ ร่วงลง 1.64 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 58.00 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ส่งมอบเดือนเดียวกัน ในตลาดลอนดอน อังกฤษ ดิ่งลง 1.77 ดอลลาร์ ปิดซื้อขายที่ 62.03 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ และคณะเจรจาโอเปค ในกรุงเวียนนา ออสเตรีย มีกำหนดประชุมในวันนี้ (5 มิ.ย.) ซึ่งคาดว่า จะแสดงความไม่พอใจต่อราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำ แต่ยังไม่มีการส่งสัญญาณว่า จะมีการลดเพดานผลิตลงมาแต่อย่างใด
นักวิเคราะห์คาดว่า โอเปค ภายใต้การนำของซาอุดีอาระเบีย จะเรียกร้องให้ชาติสมาชิกผลิตน้ำมันให้ตรงตามโควตาอย่างเป็นทางการที่ 30 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังที่ผ่านมา มีการผลิตน้ำมันเกินโควตามอย่างต่อเนื่อง





