กองทัพสหรัฐ ไม่กลัวคำเตือนรัฐบาลจีน หลังใช้เครื่องบินลาดตระเวนในเขตน่านฟ้าสากลของทะเลจีนใต้ ลั่นมีแผนการขั้นต่อไป
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ว่าพ.อ.สตีฟ วอร์เรน โฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ( เพนตากอน ) แถลงยืนยันการส่งเครื่องบินตรวจการณ์และเรือลาดตระเวนเข้าไปสังเกตการณ์ และสอดแนมความเคลื่อนไหวในเขตน่านฟ้าและน่านน้ำสากลของทะเลจีนใต้ต่อไป
อย่างไรก็ตาม พ.อ.วอร์เรนยังคงสงวนท่าทีต่อข้อซักถามที่ว่า กองทัพสหรัฐจะเข้าไปเคลื่อนไหวใน "พื้นที่อ่อนไหว" ของทะเลพิพาทแห่งนี้ ซึ่งกำลังมีการแย่งชิงกันระหว่างรัฐบาลจีนกับอีกหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือไม่ แต่กล่าวเพียงว่า เพนตากอนมีแผนการ "ขั้นต่อไป" ในเรื่องนี้ และจะมีการดำเนินการในอีกไม่ช้า
ถ้อยแถลงของโฆษกเพนตากอนมีขึ้น หลังสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นเผยแพร่รายงานเมื่อวันพุธ เรื่องเครื่องบินสอดแนม "พี-8เอ โพไซดอน“ ของกองทัพสหรัฐ บินเข้าไปสังเกตการณ์ความเป็นไปใกล้กับสิ่งปลูกสร้างของรัฐบาลปักกิ่ง ตามแนวปะการังและจุดที่มีการถมพื้นที่ในทะเลจีนใต้ โดยเป็นการบินลาดตระเวนในระดับต่ำ ก่อนถูกกองทัพเรือของจีนตรวจจับได้ และส่งสัญญาณเตือนต่อเนื่อง 8 ครั้ง เพื่อให้ออกไปจากพื้นที่ ขณะที่นักบินของกองทัพสหรัฐยืนยันการอยู่ในเขตน่านฟ้าสากล
รัฐบาลปักกิ่งประกาศอ้างกรรมสิทธิ์เหนืออาณาเขตราวร้อยละ 80 ของทะเลจีนใต้ สร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้แก่หลายประเทศในภูมิภาค ได้แก่ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน ขณะที่ทำเนียบขาวยังคงยืนยันการวางตัวเป็นกลางในเรื่องนี้ แต่เพนตากอนกล่าวหาทางการจีนเป็นระยะ ว่าพยายามก่อสร้าง "กำแพงทราย" ในทะเลพิพาท เปรียบเทียบกับการก่อสร้างกำแพงเมืองจีน





