รัฐบาลเมียนมาร์ ปฏิเสธให้ความช่วยเหลือผู้อพยพทางเรือหลายพันคนซึ่งกำลังลอยเคว้งอยู่กลางทะเลอันดามัน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ว่านายเย ทุต โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีเมียนมา แถลงเมื่อวันศุกร์ ปฏิเสธการรับให้ความช่วยเหลือผู้อพยพทางเรือที่ลอยเคว้งอยู่กลางทะเลอันดามัน หากกลุ่มคนเหล่านั้นไม่ได้ถือสัญชาติเมียนมา และรัฐบาลเมียนมาจะไม่เข้าร่วมการประชุมระดับภูมิภาคที่รัฐบาลไทยจะเป็นเจ้าภาพในวันที่ 29 พ.ค. หากเป็นการหารือที่เกี่ยวข้องกับ "ชาวโรฮิงญา"
ทั้งนี้ รัฐบาลเมียนมายืนกรานปฏิเสธมอบสัญชาติให้แก่ชาวโรฮิงญา ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 1.3 ล้านคนในประเทศ และส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในรัฐยะไข่ โดยให้เหตุผลว่า ชาวโรฮิงญาคือผู้อพยพเข้าเมืองผิดกำหมายจากบังกลาเทศ และสมควรได้รับการเรียกขานว่าเป็น "ชาวเบงกาลี" มากกว่า ซึ่งจุดยืนของทางการเมียนมาส่งผลให้กลุ่มคนเหล่านี้ตกอยู่ในสถานะ "ไร้สัญชาติ" โดยปริยาย
ขณะที่นายบัน คี-มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) เผยแผนเตรียมหารือกับผู้นำประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกี่ยวกับสถานการณ์การหลั่งไหลอพยพทางเรือของชาวโรฮีนจา โดยบันกล่าวว่าต้องการให้ทุกประเทศในภูมิภาคมองข้ามประเด็น "สัญชาติ" ของชาวโรฮิงญา และมอบความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรมให้แก่เพื่อนมนุษย์กลุ่มนี้ก่อน
ด้านสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอชซีอาร์ ) ประเมินจำนวนชาวโรฮิงญาซึ่งลอยเคว้งอยู่บนเรือในทะเลอันดามันว่าอาจมากถึง 8,000 คน เนื่องรัฐบาลไทยและอีกหลายประเทศในภูมิภาคยกระดับมาตรการกวาดล้างการค้ามนุษย์อย่างหนัก สืบเนื่องจากการค้นพบสุสานหมู่ชาวโรฮีนจาในพื้นที่ชายแดนระหว่างไทยกับมาเลเซีย เมื่อปลายเดือนเม.ย





