วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อาลีบาบาหนุนหุ้นสหรัฐฟื้นตัว

ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ ปรับตัวสูงขึ้น จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง และการทะยานขึ้นของราคาหุ้นอาลีบาบา ยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซ จากจีน

ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์เมื่อวานนี้ (7 พ.ค.)  ปรับขึ้น 83.52 จุด หรือ 0.47% มาอยู่ที่ 17,925.50 จุด

ส่วนดัชนีเอส แอนด์ พี 500 ปรับขึ้น 7.90 จุด หรือ 0.38% ที่ 2,088.05 จุด และดัชนีแนสแด็ก ทะยานขึ้นมา 25.90 จุด หรือ 0.53% ปิดซื้อขายที่ 4,945.54 จุด

ตลาดสหรัฐได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันที่ร่วงลงไปเคลื่อนไหวอยู่ในระดับต่ำกว่า 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และการพุ่งขึ้น 7.5% ของราคาหุ้นอาลีบาบา หลังบริษัทเผยยอดขายในไตรมาสล่าสุด เพิ่มขึ้นถึง 45% มาอยู่ที่ 2,810 ล้านดอลลาร์ และตั้งนายแดเนียง จาง หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ขึ้นเป็นซีอีโอคนใหม่ของบริษัท

ทางด้านตลาดหุ้นหลักๆ ของยุโรป ปิดซื้อขายแบบไร้ทิศทางชัดเจน ท่ามกลางความรู้สึกที่ไม่มั่นใจของนักลงทุนในตลาด จากการที่อังกฤษกำลังจัดเลือกตั้งครั้งใหญ่

ดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ของอังกฤษ ลดลง 0.67% มาอยู่ที่ 6,886.95 จุด เนื่องจากนักลงทุนรอดูผลการเลือกตั้ง ที่มองกันว่า มีการแข่งขันสูสีกันมากสุดในรอบหลายสิบปี

ขณะที่ดัชนีแค็ก 40 ของฝรั่งเศส ลดลง 0.29% มาอยู่ที่ 4,967.22 จุด และดัชนีแด็กซ์ 30 ของเยอรมนี ขยับขึ้น 0.51% ที่ 11,407.97 จุด

น้ำมันเปลี่ยนทิศสู่ขาลง
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ปรับตัวลดลง หลังจากความกังวลในเรื่องการจัดหาที่ล้นตลาด กลับมาเกาะติดนักลงทุนอีกครั้ง
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนมิถุนายน ที่ตลาดไนเม็กซ์ สหรัฐ ร่วงลง 1.99 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 58.94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ส่งมอบเดือนเดียวกัน ที่ตลาดลอนดอน อังกฤษ ดิ่งลง 2.23 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 65.54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

นักวิเคราะห์ชี้ว่า เกิดแรงเทขายในตลาด เนื่องจากนักลงทุนพากันกลับมากังวลถึงการจัดหาน้ำมันที่ล้นตลาดอีกครั้ง หลังจากที่มีการวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณน้ำมันดิบสำรองกันเพิ่มมากขึ้น และมองว่า ปริมาณน้ำมันดิบสำรองของสหรัฐ ที่ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือนนั้น เป็นผลมาจากการนำเข้าที่ลดลง ไม่ได้เกิดจากการผลิตที่ลดลงในสหรัฐแต่อย่างใด