สถานการณ์ประท้วงของชาวเมืองบัลติมอร์และเมืองใหญ่อีกหลายแห่งในสหรัฐยังคงตึงเครียดและรุนแรง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองบัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ ประเทศสหรัฐอเมริกาว่า ประชาชนจำนวนมากออกมาเดินขบวนและปักหลักชุมนุมกันตามท้องถนนในเมืองบัลติมอร์ ท่ามกลางการตรึงกำลังอย่างแน่นหนาของตำรวจปราบจลาจล และการสังเกตการณ์ของกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิ เนื่องจากอยู่ในช่วงเวลาเคอร์ฟิวและการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินตามคำสั่งของทางการรัฐแมริแลนด์ โดยมีรายงานการปะทะกันเป็นระยะระหว่างทั้งสองฝ่าย
ทั้งนี้ สถานการณ์ในเมืองบัลติมอร์ที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังสำนักงานอัยการรัฐแมริแลนด์เตรียมดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายต่อตำรวจ 6 นาย แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผิวขาว 3 นาย และผิวสี 3 นาย ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นตำรวจหญิง ฐานกระทำการโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและบกพร่องต่อหน้าที่ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ทั้งหมดร่วมกับจับกุมนายเฟรดดี เกรย์ ชายผิวสี วัย 25 ปี เมื่อวันที่ 12 เม.ย. แต่เกรย์เสียชีวิตในอีก 7 วันต่อมา ด้วยอาการบาดเจ็บสาหัสที่กระดูกคอ
อย่างไรก็ตาม นายไมเคิล ดาวีย์ ทนายความของเจ้าหน้าที่ทั้ง 6 นาย ยืนยันลูกความของตนผ่านการฝึกฝนอย่างถูกต้องจากโรงเรียนตำรวจ และปฏิบัติหน้าที่ภายในกรอบของกฎหมายทุกประการ ขณะที่สหภาพตำรวจเมืองบัลติมอร์ออกแถลงการณ์ตำหนิการดำเนินคดีของอัยการว่า "ด่วนสรุป" เกินไป แม้สื่ออเมริกันพากันรายงานว่า รถตู้ของเจ้าหน้าที่ซึ่งมีเกรย์โดยสารอยู่ภายในนั้น แวะจอดยัง "สถานที่ปริศนา" 3 ครั้ง หนึ่งในนั้นคือการจอดเพื่อจับกุมชายอีกคนหนึ่ง ซึ่งไม่มีความเกี่ยวข้องกับเกรย์
ขณะที่สถานการณ์ประท้วงเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมทางสีผิวและการปฏิรูปโครงสร้างการทำงานของตำรวจขยายวงกว้างในเมืองใหญ่หลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นเมืองบอสตัน เมืองฟิลาเดลเฟีย เมืองซินซินเนติ กรุงวอชิงตัน และนครนิวยอร์ก





