รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐเดินหน้าโครงการแยกน้ำทะเลมาทำเป็นน้ำดื่ม หลังต้องเผชิญภัยแล้งมา 3 ปี
หลายพื้นที่ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ ที่ผจญภัยแล้งมานานถึงสามปี ทั้งเขตซาน ดิเอโก ซานตา บาร์บารา และอื่น ๆกลับมาให้ความสำคัญกับการแยกน้ำจืดจากน้ำทะเลอีกครั้ง และเดินหน้าโครงการโรงงานแยกน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกมาทำเป็นน้ำดื่ม
โรงงานแยกน้ำทะเลที่ใหญ่ที่สุดในซีกโลกตะวันตกแห่งนี้ ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบในเมืองคาล์สบาด มีมูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ ดำเนินการโดยบริษัทโพไซดอน รีสอร์ซ ซึ่งมีฐานปฏิบัติการในรัฐคอนเนตทิคัต การก่อสร้างดำเนินมาตั้งแต่ปี 2555 ขณะนี้ใกล้แล้วเสร็จและมีกำหนดเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน มีศักยภาพส่งน้ำไปยังเขตซาน ดิเอโก ได้ถึง 50 ล้านแกลลอนต่อวัน ซึ่งมากพอสำหรับแจกจ่ายให้ครัวเรือนราว 112,000 ครัวเรือน หรือประมาณ 10% ของความต้องการน้ำดื่มในเขตนี้
นอกจากนี้ บริษัทโพไซดอน ยังมีโครงการแยกน้ำจืดจากน้ำทะเลแห่งที่สองในขนาดใกล้เคียงกัน ที่ชายหาดฮันติงตัน ทางตอนใต้ของลอส แองเจลิส ขณะนี้ บริษัทกำลังขออนุญาตก่อสร้างซึ่งจะเริ่มขึ้นในปีหน้า
ขณะเดียวกัน เมืองซานตา บาร์บารา ก็กำลังเดินหน้าปรับปรุงโรงงานแยกน้ำจืดจากน้ำทะเลเพื่อนำกลับมาใช้งานอีกครั้งหนึ่ง และโรงงานแห่งนี้เล็กกว่าที่เมืองคาล์สบาด มูลค่า 34 ล้านดอลลาร์ ซึ่งก่อสร้างตั้งแต่ภัยแล้งครั้งก่อนแต่เก็บสำรองไว้ไม่ได้ใช้ หลังจากทดลองเดินเครื่องในปี 2535 เนื่องจากวิกฤตการณ์น้ำได้สิ้นสุดลง





