ประธานสายการบินลุฟต์ฮันซา วางพวงหรีดใกล้จุดตกของเครื่องบินเยอรมันวิงส์ตก ปัดตอบกรณีประวัติส่วนตัวของนักบินผู้ช่วยซึ่งจงใจขับเครื่องบินชนเขา
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองดิกนิเยร์ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 2 เม.ย. ว่านายคาร์สเทน สฟอร์ ประธานสายการบินลุฟต์ฮันซา และนายโธมัส วิงเคลมันน์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ( ซีอีโอ ) ของเยอรมันวิงส์ สายการบินราคาประหยัดในเครือลุฟต์ฮันซา เดินทางไปยังหมู่บ้านเล เวอร์เนต์ ใกล้กับเทือกเขาแอลป์ส ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส เมื่อวันพุธ ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดตกของเที่ยวบิน 4ยู9525 ของเยอรมันวิงส์ และคร่าชีวิตผู้อยู่บนเครื่องทั้ง 150 คน เมื่อวันที่ 24 มี.ค.
ทั้งนี้ สฟอร์และวิงเคลมันน์ร่วมกันวางพวงหรีดในนามของบริษัท บริเวณอนุสรณ์สถานรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้าน ก่อนอ่านแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และขอบคุณหน่วยงานเกี่ยวข้องทุกแห่งซึ่งยังคงร่วมกันปฏิบัติภารกิจค้นหา พร้อมทั้งเผยว่า ลุฟต์ฮันซายกเลิกการจัดงานครบรอบ 60 ปีการก่อตั้งบริษัทในเดือนพ.ค.แล้ว และจัดสรรงบประมาณ 280 ล้านยูโร ( ราว 9,900 ล้านบาท ) ครอบคลุมมาตรการช่วยเหลือครอบครัวของผู้เสียชีวิตในทุกด้าน ซึ่งเป็นคนละส่วนกับค่าชดเชยที่เยอรมันวิงส์มอบให้ครอบครัวเหยื่อตามกฎการบินสากล เมื่อเที่ยวบินประสบเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองคนปฏิเสธตอบข้อซักถามของบรรดาผู้สื่อข่าว เกี่ยวกับประวัติส่วนตัวด้านสุขภาพของนายอังเดรอาส ลูบิตซ์ นักบินผู้ช่วยบนเที่ยวบิน 4ยู 9525 วัย 27 ปี หลังมีรายงานว่าลูบิตซ์เคยแจ้งให้โรงเรียนการบินของลุฟต์ฮันซาทราบเกี่ยวกับ "อาการป่วย" ของตัวเอง ขณะเข้ารับการฝึกเมื่อราว 6 ปีที่แล้ว ด้านอัยการเยอรมนียืนยันการพบหลักฐานทางการแพทย์ของลูบิตซ์ ที่เกี่ยวกับการเข้ารับการบำบัดทางจิต ซึ่งรวมถึงใบรับรองของจิตแพทย์ที่ต้องการให้ลูบิตซ์ลาป่วยเพื่อมาเข้ารับการบำบัด หนึ่งในนั้นลงวันที่ 24 มี.ค. ตรงกับวันเกิดเหตุพอดี และพนักงานสืบสวนเชื่อว่า ลูบิตซ์ "เจตนา" บังคับเครื่องบินให้พุ่งชนภูเขา





