ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวสูงขึ้น ขานรับท่าทีธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟดในการตัดสินใจถึงเรื่องการปรับขึ้นดอกเบี้ย
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เมื่อวานนี้ (18 มี.ค.) ทะยานขึ้นมา 227.11 จุด หรือ 1.27% มาอยู่ที่ 18,076.19 จุด
ขณะที่ดัชนีเอส แอนด์ พี 500 ปรับขึ้น 25.14 จุด หรือ 1.21% ที่ 2,099.42 จุด และดัชนีแนสแด็ก พุ่งขึ้น 45.39 จุด หรือ 0.92% ปิดซื้อขายที่ 4,982.83 จุด
ตลาดได้แรงหนุน จากการที่นักลงทุนพากันตีความ ในถ้อยแถลงของเฟด โดยมองเห็นการส่งสัญญาณที่ว่า เฟดยังไม่รีบร้อนที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยแต่อย่างใด
ในแถลงการณ์นั้น แบงก์ชาติสหรัฐ ได้ให้คำมั่นที่จะ "อดทน" ไม่ขึ้นดอกเบี้ยต่อไป แต่ส่งสัญญาณว่า ยังมีความเป็นไปได้อยู่ที่อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหลักในช่วงกลางปรนี้ หลังจากที่คงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับใกล้ 0% มานานกว่า 6 ปีแล้ว
ทางด้านตลาดหุ้นหลัก ๆ ของยุโรป ปิดผสมผสานกัน เหตุขาดแรงสนับสนุนใหม่ๆ โดยดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ของอังกฤษ ทะยานขึ้นมา 1.57% มาอยู่ที่ 6,945.20 จุด หลังรัฐบาลอังกฤษ ปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจในปีนี้
ส่วนดัชนีแด็ก 30 ของเยอรมนี ร่วงลง 0.48% ที่ 11,922.77 จุด และดัชนีแค็ก40 ของฝรั่งเศส แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง ปิดซื้อขายที่ 5,033.42 จุด
น้ำมันทะยาน
ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งขึ้นแรง ขานรับข่าวเฟดให้คำมั่นอดทนต่อการขึ้นดอกเบี้ย ชดเชยความวิตกถึงปริมาณน้ำมันดิบสำรองสหรัฐ ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
ราคาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนเมษายน ที่ตลาดไนเม็กซ์ สหรัฐ ปรับขึ้น 1.20 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 44.46 ดอลลาร์
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ส่งมอบเดือนพฤษภาคมที่ตลาดลอนดอน อังกฤษ ทะยานขึ้นมา 2.40 ดอลลาร์ ปิดซื้อขายที่ 55.91 ดอลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันทะยานขึ้นมาในช่วงท้ายการซื้อขาย หลังแบงก์ชาติสหรัฐ แถลงผลการประชุม ให้คำมั่นถึงการอดทนต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ย
ตลอดทั้งวัน ราคาเคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบ ท่ามกลางความกังวลเรื่องปริมาณน้ำมันดิบล้นตลาด หลังกระทรวงพลังงานสหรัฐ เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำมันดิบสำรองสหรัฐ เพิ่มขึ้นเป็น 10 สัปดาห์ติดต่อกัน
ในช่วง 1 สัปดาห์ นับถึงวันที่ 13 มีนาคม สหรัฐมีปริมาณน้ำมันดิบสำรองเพิ่มขึ้น 9.6 ล้านบาร์เรล และสหรัฐ ยังมีการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นอีก 0.6% ที่ 9.4 ล้านบาร์เรล





