องค์กรสิทธิมนุษยชน ชี้ ประชาคมโลกต้องร่วมกันรับผิดชอบที่ทำให้ปี 57 เป็นปีที่เลวร้ายที่สุดสำหรับพลเรือนในซีเรีย
องค์กรสิทธิมนุษยชน ชี้ ประชาคมโลกต้องร่วมกันรับผิดชอบที่ทำให้ปี 2557 เป็นปีที่เลวร้ายที่สุดสำหรับพลเรือน ในวิกฤตความขัดแย้งซีเรีย ทั้งยังล้มเหลวในการจัดการกับภัยพิบัติด้านมนุษยธรรมที่เพิ่มมากขึ้น
องค์กรสิทธิมนุษยชน 21 องค์กร รวมถึงออกซ์แฟม, เซฟ เดอะ ชิลเดรน และอินเตอร์เนชั่นแนล เรสคิว คอมมิตตี ร่วมกันออกรายงานชื่อ "เฟลลิ่ง ซีเรีย" วิจารณ์ชาติมหาอำนาจ สมาชิกสหประชาชาติ และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็นเอสซี ว่าล้มเหลวในการรับมือกับภัยพิบัติด้านมนุษยธรรมที่เพิ่มมากขึ้น และไม่สามารถนำมติต่างๆ ของยูเอ็นเอสซีไปปฏิบัติเพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ในซีเรีย
เมื่อปีที่แล้ว ยูเอ็นเอสซีได้ผ่านมติ 3 เรื่องด้วยกัน เรียกร้องให้ฝ่ายติดอาวุธในซีเรียปกป้องพลเรือน และเปิดโอกาสให้ชาวซีเรียหลายล้านคนได้เข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมากขึ้น แต่รายงานชี้ว่า มติเหล่านั้นถูกเพิกเฉย และถูกทำลายโดยฝ่ายต่าง ๆ ที่ขัดแย้งกันอยู่
ปีที่แล้ว ยังเป็นปีที่ความขัดแย้งในซีเรียทำให้มีผู้เสียชีวิตมากสุด ด้วยตัวเลขอย่างน้อย 76,000 ราย ซึ่งนับแต่เกิดการขัดแย้งขึ้นในเดือนมีนาคม 2554 มีผู้เสียชีวิตไปแล้วมากกว่า 210,000 ราย
รายงานระบุด้วยว่า มีชาวซีเรีย 7.8 ล้านคนอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่ยูเอ็นระบุว่า ส่งความช่วยเหลือเข้าไปได้ยาก ตัวเลขนี้สูงกว่าในปี 2556 ถึงสองเท่า ส่วนการให้ทุนช่วยเหลือยังทำได้ไม่มาก โดยในปี 2557 มีการให้เงินช่วยเหลือพลเรือนและผู้อพยพชาวซีเรียเพียง 57% ลดลงจาก 71% เมื่อปี 2556





