ตลาดหุ้นสหรัฐแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง ขาดแรงหนุนใหม่ๆ
ตลาดหุ้นสหรัฐแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง ในการซื้อขายเมื่อวานนี้ (25 ก.พ.) หลังหลายบริษัทรายงานผลประกอบที่ผสมผสานกันไปทั้งขาดทุน และได้กำไร ทั้งยังไม่ได้ให้ความสำคัญต่อท่าทีของประธานธนาคารกลางสหรัฐ หรือ เฟด “นางเจนเน็ต เยลเลน” ในการแถลงต่อรัฐสภาของสหรัฐ เป็นวันที่ 2 โดยชี้ว่า เป็นการพูดถึงเรื่องเดิมๆ
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ขยับขึ้น 15.38 จุด หรือ 0.08% มาอยู่ที่ 18,224.57 จุด ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์รอบใหม่ ส่วนดัชนีเอส แอนด์ พี 500 ลดลง 1.62 จุด หรือ 0.08% ที่ 2,113.86 จุด และดัชนีแนสแด็ก ลดลง 0.98 จุด หรือ 0.02% ปิดซื้อขายที่ 4,967.14 จุด
ทั้งนี้ หุ้นแมคโดนัลด์ คอร์ป เครือข่ายฟาสต์ฟูดรายใหญ่สุดของโลก เป็นแกนนำขาขึ้นของดัชนีดาวโจนส์ ทะยานไปถึง 3.9% รับข่าวหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ นายสตีฟ อีสเตอร์บรูค จะเริ่มเข้ามาทำงานในวันที่ 1 มีนาคมนี้
ส่วนหุ้นยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี อย่าง แอ๊ปเปิ้ล ร่วงลง 2.6% หลังคณะลูกขุนในรัฐเท็กซัส สหรัฐ ตัดสินว่า ระบบไอทูนส์ ของบริษัท ละเมิดสิทธิบัตรของสมาร์ทแฟลช และศาลสั่งปรับแอ๊ปเปิ้ล 533 ล้านดอลลาร์ ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อไป
ขณะที่ตลาดหุ้นหลักๆ ในยุโรป ก็แทบไม่มีการเคลื่อนไหวเช่นกัน โดยดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ของตลาดลอนดอน อังกฤษ ร่วงลง 0.21% มาอยู่ที่ 6,935.38 จุด เนื่องจากเจอกับการเทขายทำกำไร หลังตลาดทะยานขึ้นไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันก่อน
ส่วนดัชนีแด็กซ์ 30 ของเยอรมนี ขยับขึ้นมา 0.04% ที่ 11,210.27 จุด และดัชนีแค็ก 40 ของฝรั่งเศส ลดลง 0.09% ที่ 4,882.22 จุด





