ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ ปิดซื้อขายเมื่อวานนี้ (18 ก.พ.) แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง หลังเฟดมินนิท บ่งชี้ ยังไม่มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยในระยะใกล้
ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับขึ้นมา 18.14 จุด หรือ 0.10% มาอยู่ที่ 18,029.44 จุด ขณะที่ดัชนีเอส แอนด์ พี 500 ลดลง 0.75 จุด หรือ 0.04% ที่ 2,099.59 จุด และดัชนีแนสแด็ก ขยับขึ้น 7.10 จุด หรือ 0.14% ปิดซื้อขายที่ 4,906.36 จุด
เทรดเดอร์ชี้ว่า บรรยากาศการซื้อขายเต็มไปด้วยความระมัดระวัง หลังรายงานผลการประชุมคณะเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบาย ธนาคารกลางสหรัฐ ที่เรียกกันว่า เฟดมินนิท แสดงให้เห็นว่า มีเจ้าหน้าที่กำหนดนโยบายจำนวนมากแสดงความกังวลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวที่อาจเร็วเกินไป สำหรับการขึ้นดอกเบี้ย และเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
ขณะที่ตลาดหุ้นหลักๆ ในยุโรป ปิดไร้ทิศทางชัดเจน โดยดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ของอังกฤษ แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง ปิดซื้อขายที่ 6,898.08 จุด ส่วนดัชนีแด็กซ์ 30 ใสตลาดแฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี ปรับขึ้น 0.60% มาอยู่ที่ 10,961 จุด และดัชนีแค็ก40 ของฝรั่งเศส เพิ่มขึ้น 0.95% ปิดซื้อขายที่ 4,799.03 จุด
หวั่น "น้ำมันสำรอง" เพิ่มกดราคาร่วง
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ปรับลดลง ก่อนหน้าที่สหรัฐ จะเปิดเผยข้อมูลปริมาณน้ำมันสำรองรายสัปดาห์ในวันนี้ (19 ก.พ.)
ราคาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท ส่งมอบเดือนมีนาคม ในตลาดไนเม็กซ์ ของสหรัฐ ปรับลดลง 1.39 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 52.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ส่งมอบเดือนเมษายน ในตลาดลอนดอน อังกฤษ ลดลง 2 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 60.53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานสหรัฐ มีกำหนดเปิดเผยรายงานน้ำมันสำรองประจำสัปดาห์ในวันนี้ ซึ่งนักวิเคราะห์จำนวนมากคาดว่า จะเพิ่มขึ้นสูงอย่างมากอีกครั้ง หลังเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ปริมาณน้ำมันสำรองสหรัฐ ทะยานขึ้นไปแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงเวลานี้ของปี





