วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กรีซลั่นยุติมาตรการรัดเข็มขัด

นายกรัฐมนตรีของกรีซยืนยันแผนขอเงินกู้ระยะสั้นและปรับโครงสร้างหนี้ที่ค้างอยู่ทั้งหมด ปัดต่อเวลามาตรการรัดเข็มขัด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ว่านายกรัฐมนตรีอเล็กซิส ซีปราส ผู้นำกรีซ แถลงต่อที่ประชุมรัฐสภาเมื่อวันอาทิตย์ ยืนยันการแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะของประเทศต้องเกิดขึ้นจากการเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ครั้งใหม่เท่านั้น โดยสิ่งที่รัฐบาลกรีซต้องการ คือโครงการเสริมสภาพคล่องระยะสั้นให้กับสถาบันการเงินในประเทศถึงช่วงกลางปีนี้
ซีปราสยืนยันด้วยว่า ชาวกรีกส่วนใหญ่ไม่ต้องการขยายระยะเวลาโครงการรับเงินช่วยเหลือจากประเทศมหาอำนาจในยุโรปอีก และแสดงความเชื่อมั่นว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงครั้งใหม่ได้ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ 28 ก.พ. นี้ ซึ่งเป็นเส้นตายให้รัฐบาลเอเธนส์เข้ารับพิจารณาความก้าวหน้าของมาตรการรัดเข็มขัดโดยเจ้าหนี้กลุ่ม "ทรอยกา" ที่ประกอบด้วยสหภาพยุโรป (อียู) ธนาคารกลางยุโรป (อียู) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เพื่อปูทางสู่การรับเงินช่วยเหลืองวดสุดท้าย 7,200 ล้านยูโร (ราว 268,560 ล้านบาท)
ถ้อยแถลงดังกล่าวถือเป็นการกล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกต่อรัฐสภา ของผู้นำกรีซคนใหม่ วัยเพียง 40 ปี จากพรรคซีริซา ที่มีแนวคิดต่อต้านมาตรการปฏิรูปโครงสร้างรัฐวิสาหกิจ และปรับลดงบประมาณของประเทศในหลายด้านอย่างเคร่งครัด เพื่อนำเงินที่ได้มาลดภาระหนี้สินของรัฐบาล อันเป็นส่วนหนึ่งของข้อบังคับรู้จักกันในชื่อ "มาตรการรัดเข็มขัด" ที่มีรัฐบาลเยอรมนีเป็นผู้วางแนวทาง
ขณะที่นายยานิส วารูฟาคิส รมว.กระทรวงการคลังของกรีซ กล่าวเตือนทุกฝ่ายว่า หากประเทศมี "ความจำเป็น" ต้องออกจากกลุ่มยูโรโซน ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม จะเป็นจุดเริ่มต้นแห่งการล่มสลายของหนึ่งในสกุลเงินที่มั่นคงที่สุดของโลก เนื่องจากหลายประเทศรอเดินตามรอยอยู่แล้ว แต่อาจยังไม่แสดงออกในเวลานี้เท่านั้น
ปัจจุบันภาระหนี้สินของกรีซที่เริ่มกู้ตั้งแต่ปี 2553 พุ่งสูงถึง 322,000 ล้านยูโร ( ราว 12 ล้านล้านบาท ) จากเงินต้น 240,000 ล้านยูโร (ราว 9.1 ล้านล้านบาท) คิดเป็น 175% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) โดยรัฐบาลเยอรมนีเป็นเจ้าหนี้ราวครึ่งหนึ่งของเงินกู้ทั้งหมด