อียู ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจในกลุ่มยูโร ได้แรงหนุนจากน้ำมันราคาถูก และเงินยูโรที่อ่อนค่าลง
คณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านบริการของสหภาพยุโรป (อียู) เผยรายงานเศรษฐกิจฉบับล่าสุด ที่คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของ 19 ประเทศที่ใช้เงินยูโร จะขยายตัวราว 1.3% ในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากระดับ 1.1% ที่เคยประเมินไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ทำให้ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับแต่ปี 2550 เป็นต้นมา ที่มีการคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจของทั้ง 28 ชาติสมาชิกอียูจะเติบโตขึ้น
อย่างไรก็ดี รายงานเตือนว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วทั้งกลุ่มยูโรโซน จะร่วงลงมาราว 0.1% สถานการณ์ที่ทำให้ธนาคารกลางยุโรป หรืออีซีบี ได้ตัดสินใจดำเนินมาตรการที่เหนือความคาดหมาย เพื่อดันให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้นไปก่อนหน้านี้แล้ว
กรรมาธิการกิจการเศรษฐกิจของอียู "นายปิแอร์ มอสโควิซี" แถลงว่า ราคาน้ำมันที่ร่วงลง และการอ่อนค่าของเงินยูโร ช่วยจัดหาแรงหนุนระยะสั้นให้กับเศรษฐกิจของอียู แต่ทุกประเทศยังมีงานหนักรออยู่ รวมถึงการแก้ปัญหาว่างงานให้กับชาวยุโรปอีกหลายล้านคน ซึ่งคณะกรรมาธิการคาดว่า อัตราว่างงานของยุโรป จะลดลงน้อยมากในปีนี้ มาอยู่ที่ 11.2% จากปัจจุบันที่ 11.4%
นายมอสโควิซี ชี้ด้วยว่า ฝรั่งเศสจำเป็นต้องดำเนินมาตรการมากขึ้น เพื่อลดการขาดดุลงบประมาณ และรัฐบาลใหม่ของกรีซ จะต้องเคารพในคำมั่นของตัวเองที่ให้ไว้กับกลุ่มเจ้าหนี้ ในช่วงเวลาที่โลกกำลังตื่นตัวกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดวิกฤติหนี้ขึ้นมา





