พายุพัดเข้าถล่มฟิลิปปินส์อย่างหนัก ส่งผลให้เกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลัน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 31 คน
เกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มหลายแห่ง หลังจากพายุโซนร้อนชังมีพัดเข้าถล่มอย่างหนัก ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 31 คน สูญหาย 7 คน โดยจุดที่พายุโซนร้อนชังมี เป็นภาษาเกาหลี แปลว่า ดอกกุหลาบ เป็นพื้นที่ซึ่งพายุไต่ฝุ่นไห่เยี่ยนเคยพัดเข้าถล่มเมื่อปีที่แล้ว พายุชังมีขึ้นฝั่งบนเกาะมินดาเนาในภาคใต้ด้วยความแรงลม 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีความเร็วลมที่จุดศูนย์กลาง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน สะพานและถนนหลวงถูกน้ำพัดทำลายเสียหายมากมาย ชาวบ้านต้องพึ่งพาศูนย์อพยพผู้ประสบอุทกภัย หลังจากขึ้นฝั่งแล้วพายุชังมีเคลื่อนตัวไปทางตะวันออกและภาคกลาง ล่าสุดเมื่อเย็นวานนี้ จุดศูนย์กลางของพายุอยู่ห่างจากเมืองอิโลอิโล ในภาคกลาง ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 140 กิโลเมตร และเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกด้วยความเร็ว 19 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มุ่งสู่เกาะปาลาวัน
นายกเทศมนตรี สเตฟานี อุย ตาน เผยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 คน จากดินถล่มฝังรถตู้ 2 คัน และบ้าน 6 หลัง ในแถบเชิงเขาทางตะวันออกของเมืองแคทบาโลกัน และบ้านหลังหนึ่งในจังหวัดเซบูซึ่งมีสมาชิกในครอบครัวถึง 11 คน ถูกน้ำพัดจมหายไปทั้งหลัง ไม่มีใครรอดชีวิต
ส่วนที่เมืองตานาอวน ในจังหวัดเลย์เต้ที่ย่อยยับจากพายุไต้ฝุ่นไห่เยี่ยนเมื่อปีที่แล้ว ก็เกิดดินถล่มจากพายุชังมี ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 คน จังหวัดโบโฮล ชายวัย 80 ปีเสียชีวิตจากการจมน้ำ และเมืองบูตูอัน เด็กหญิงวัย 10 ขวบเสียชีวิตจากดินถล่มทับบ้าน
ส่วนที่มาเลเซียซึ่งเกิดอุทกภัยรุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี ประชาชนที่ประสบภัยยังคงใช้ชีวิตอย่างลำบาก แม้ระดับน้ำจะเริ่มลดลงแล้วก็ตาม รัฐกลันตัน ปะหัง และตรังกานู ซึ่งถูกน้ำท่วมหนักสุด มีผู้เสียชีวิต 14 คน ชาวบ้านกว่า 200,000 คน ต้องอพยพหนีภัยน้ำท่วม
ขณะที่สำนักงานอุตุนิยมวิทยาระบุว่า ฝนจะตกต่อเนื่องต่อไปอีกอย่างน้อยตลอดวันนี้ ประชาชนผู้ประสบภัยต่างวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่รับมือกับอุทกภัยอย่างเชื่องช้า เจ้าหน้าที่อ้างว่าระดับน้ำที่สูงเป็นอุปสรรคต่อการนำความช่วยเหลือไปให้ประชาชน ทำให้ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์นำสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปหย่อนลงให้แทน





