เกาหลีใต้ ยืนยันว่า เหตุโจมตีทางไซเบอร์ต่อผู้ปฏิบัติการพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศ ไม่ได้ก่อปัญหาต่อเตาปฏิกรณ์
เกาหลีใต้ ยืนยันว่า เหตุโจมตีทางไซเบอร์ต่อผู้ปฏิบัติการพลังงานนิวเคลียร์ของประเทศเมื่อเร็วๆนี้ ไม่ได้ก่อปัญหาใดๆต่อเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทั้ง 23 แห่ง เนื่องจากระบบควบคุมแยกจากเครือข่ายภายนอก ดังนั้นการเจาะเข้าระบบจึงไม่มีผลแต่อย่างใด
ทั้งนี้ การออกแบบและคู่มือปฏิบัติงานของเตาปฏิกรณ์ 2 แห่งถูกเผยแพร่สู่สายตาสาธารณชนผ่านทวิตเตอร์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เช่นเดียวกับข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานประมาณ 10,000 คนของบริษัทโคเรีย ไฮโดร แอนด์ นิวเคลียร์ พาวเวอร์ (เคเอชเอ็นพี) ส่งผลให้หน่วยสงครามไซเบอร์ของกระทรวงกลาโหม เพิ่มระดับการเฝ้าระวังการโจมตีจากเกาหลีเหนือและเหล่ามือแฮกเกอร์จากที่อื่นๆ
อย่างไรก็ตาม ทำเนียบประธานาธิบดี ออกแถลงการณ์บรรเทากระแสวิตกกังวล กรณีกลุ่มแฮกเกอร์ อาจเจาะเข้าระบบและก่อความขัดข้องแก่โรงงานนิวเคลียร์ของประเทศ โดยระบุว่า ระบบควบคุมเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของประเทศ แยกจากเครือข่ายภายนอก และโดยพื้นฐานแล้ว การเจาะเข้าระบบจึงเป็นไปไม่ได้
ด้านเคเอชเอ็นพี ชี้แจงว่า เนื้อหาของข้อมูลที่รั่วไหลของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์โกรีและวอลซอง ไม่ใช่ข้อมูลจำแนกว่าเป็นความลับและจะไม่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยใดๆ
เจ้าหน้าที่เกาหลีใต้ ไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่เกาหลีเหนือ อาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยที่ผ่านมา ทางการกรุงโซล มักกล่าวโทษเหตุโจมตีทางไซเบอร์ต่อสถาบันทางทหาร ธนาคาร หน่วยงานรัฐบาล สถานีโทรทัศน์และเว็บไซต์สื่อมวลชนเกาหลีใต้ว่าเป็นฝีมือรัฐบาลเปียงยาง แต่จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ชัดเจนว่า เกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังการปล่อยข้อมูลนิวเคลียร์





