วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไอเอ็มเอฟชี้น้ำมันร่วงหนุนเศรษฐกิจโลกโต

ไอเอ็มเอฟชี้ หากราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับต่ำ จะช่วยหนุนกิจกรรมเศรษฐกิจโลกให้ขยายตัวขึ้นสูงสุด 0.7% ในปีหน้า

นางโอลิเวียร์ บลองชาร์ด หัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์ และนายราบาห์ อาเรซกี้ หัวหน้าคณะวิจัยโภคภัณฑ์ จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือไอเอ็มเอฟ ระบุว่า หากมองโดยภาพรวมแล้ว การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมัน เป็นเหมือนแรงหนุนให้กับเศรษฐกิจโลก โดยอาจจะช่วยให้เศรษฐกิจโลกในปี 2558 ขยายตัวเพิ่มขึ้นไปจากที่ทางกองทุนคาดการณ์ไว้ที่ 3.8% ราว 0.3 - 0.7%

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันในระดับต่ำ ยังจะช่วยให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพีของจีน เติบโตสูงกว่าระดับ 7.1% ที่ไอเอ็มเอฟประเมินไว้ อีกราว 0.4-0.7% และหากราคาน้ำมันยังทรงตัวในระดับนี้ต่อไป ก็อาจช่วยให้เศรษฐกิจจีน ในปี 2559 ขยายตัวเพิ่มขึ้นกว่าที่ประเมินไว้อีกราว 0.5-0.9%

ส่วนสหรัฐ คาดว่าจะมีการเติบโตในปี 2558 เพิ่มจากระดับที่คาดการณ์ไว้ที่ 3.1% อีกราว 0.2-0.5% และเพิ่มขึ้นอีก 0.3-0.6% สำหรับการขยายตัวในปี 2559

นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสทั้ง 2 คนของไอเอ็มเอฟ ระบุด้วยว่า การปรับตัวลงราว 65-80% ของราคาน้ำมันดิบนั้น เป็นผลมาจากปัจจัยด้านการจัดหา รวมถึง การที่ลิเบียกลับมาผลิตน้ำมันได้เร็วกว่าที่คาดไว้ และการที่อิรักสามารถจัดหาน้ำมันเข้าสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี ทั้ง 2 คน มองว่า การจัดหา และความต้องการน้ำมัน ยังตกอยู่ในภาวะไร้เสถียรภาพ เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนถึงแรงจูงใจที่ทำให้ซาอุดีอาระเบีย ตัดสินใจคงระดับการผลิตไว้เท่าเดิม รวมถึง ผลกระทบที่จะมีต่อการลงทุนด้านการผลิตน้ำมัน

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่ร่วงลง ยังทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้นต่อเสถียรภาพทางการเงิน ส่งผลกระทบต่อการเรียกเก็บสินเชื่อจากอุตสาหกรรมพลังงานของธนาคาร และค่าเงินของประเทศนำเข้าน้ำมัน ซึ่งความผันผวนในราคา และอัตราแลกเปลี่ยน จะทำให้เศรษฐกิจโลกตกอยู่ในความเสี่ยง