รัฐบาลปักกิ่ง เตรียมตั้งกองทุนเพื่อการลงทุนใหม่ พุ่งเป้ายุโรปตอนกลาง-ภาคตะวันออก หวังเป็นประตูสู่อียู
จีน ประกาศตั้งกองทุนเพื่อการลงทุนแห่งใหม่มูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์ มีเป้าหมายที่ยุโรปตอนกลางและตะวันออก เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งในภูมิภาคดังกล่าวในการเป็นประตูสู่สหภาพยุโรป (อียู) โดยจีนมองว่า ยุโรปตอนกลางและตะวันออก มีค่าแรงค่อนข้างต่ำและแรงงานมีการศึกษา
การลงทุนของจีน ในภูมิภาคดังกล่าว มักอยู่ในรูปของเงินกู้ ซึ่งได้รับการอุดหนุนจากธนาคารของรัฐบาลจีน สำหรับโครงการที่ดำเนินงานโดยบริษัทจีน โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์และพลังงาน
นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงของจีน กล่าวในการประชุมสุดยอดกับผู้นำ 16 ประเทศในยุโรปตะวันออกและยุโรปกลางว่า จีนเปิดกว้างสำหรับรูปแบบใหม่ของการช่วยเหลือทางการเงินและการลงทุน โดยคาดว่าระหว่างการเยือนครั้งนี้ นายหลี่ จะให้สัตยาบันข้อตกลงกับฮังการีและเซอร์เบีย สำหรับการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงของจีนเชื่อมระหว่างกรุงเบลเกรดกับบูดาเปสต์
นอกจากนั้น นายหลี่ ยังจะเปิดสะพานมูลค่า 170 ล้านยูโร ที่จีนสร้าง เพื่อสานต่อถนนรอบกรุงเบลเกรด พร้อมแสดงความหวังว่า รถไฟความเร็วสูงจะแล้วเสร็จภายใน 2 ปี
โครงการนี้ สอดคล้องกับแผนการของจีน ที่จะเพิ่มบทบาทในท่าเรือหลักของกรีซ ซึ่งคอสโก บริษัทเดินเรือของจีน ชนะสัมปทานระยะเวลา 35 ปีเมื่อปี 2252 เพื่อยกระดับและดูแลท่าเรือขนส่งสินค้า 2 แห่ง อันเป็นประตูสู่คาบสมุทรบอลข่านและยุโรปกลาง
รายงานข่าวระบุว่าจีน มีแผนเพิ่มการค้ากับยุโรปตอนกลางและตะวันออก 2 เท่าในช่วง 5 ปีหน้า จากปัจจุบัน ที่การค้าของจีนกับยุโรปกลาง-ตะวันออกมีมูลค่าปีละ 60,000 ล้านดอลลาร์





