หุ้นสหรัฐปิดลบตามหุ้นยุโรป หลังราคาน้ำมันดิบตลาดโลกยังคงร่วงลงอย่างต่อเนื่องจากแรงเทขายหุ้นกลุ่มพลังงาน
ทั้งนี้ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดตลาดที่ 17,175.19 จุด ลดลง 105.64 จุดหรือ 0.61% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลบ 13.03 จุดหรือ 0.65% ปิดที่ 1,989.30 จุด และดัชนีแนสแดก ปรับตัวลง 48.44 จุดหรือ 1.04% ปิดที่ 4,605.16 จุด
ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น ในช่วงก่อนหน้านี้ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด เปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นมาตรวัดผลผลิตในภาคการผลิต สาธารณูปโภค และเหมืองแร่ของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.3% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบกับเดือนก่อน หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 0.1% ในเดือนต.ค.
รายงานระบุว่า การปรับตัวขึ้นดังกล่าวมาจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมรถยนต์ เครื่องจักร สิ่งทอ และการผลิตสินค้าอื่นๆ ซึ่งส่งสัญญาณถึงการปรับตัวเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ในสินค้าสหรัฐท่ามกลางการปรับตัวลงของราคาน้ำมัน
ส่วนอัตราการใช้กำลังการผลิตของภาคอุตสาหกรรมพุ่งขึ้นแตะ 80.1% ในเดือนพ.ย. จากระดับ 79.3% ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2551
แต่ดัชนีดาวโจนส์ ปิดตลาดปรับตัวลงจากแรงเทขายหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันปรับตัวลดลงอีกรอบ ขณะที่ หุ้นเพทสมาร์ท อิงค์ เพิ่มขึ้น 4.7% หลังจากบริษัทบรรลุข้อตกลงขายหุ้นให้กับกลุ่มทุนซึ่งนำโดยบีซี พาร์ทเนอร์ในวงเงิน 8.3 พันล้านดอลลาร์
หุ้นอเมริกัน เรียลตี้ แคปิตอล พร็อพเพอร์ตี้ ลดลง 9% หลังจากซีอีโอของทรัสต์การลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ประกาศลาออกจากตำแหน่ง ท่ามกลางการตรวจสอบการบิดเบือนข้อมูลทางบัญชี





