นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น ให้คำมั่นว่า จะปรับขึ้นค่าจ้างแรงงาน หลังคว้าชัยในศึกเลือกตั้งที่ผ่านมาได้
นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น ให้คำมั่นสัญญาว่า จะปรับขึ้นค่าจ้างแรงงาน ถือเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า จะเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจของเขาต่อไป หลังคว้าชัยในศึกเลือกตั้งมาได้อย่างถล่มทลาย และถือเป็นการตอบโต้กระแสวิพากย์วิจารณ์ว่า มาตรการต่างๆของเขาประสบความล้มเหลวในการเอื้อประโยชน์ต่อแรงงาน
นายอาเบะ กล่าวในโอกาสแถลงข่าวครั้งแรกหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งว่า จะจัดประชุมร่วมกับสหภาพแรงงานกลุ่มต่างๆและตัวแทนภาคธุรกิจในวันพรุ่งนี้ เพื่อหารือประเด็นขึ้นค่าจ้างแรงงานในปีหน้า ทั้งนี้ การขึ้นค่าจ้างแรงงาน เป็นประเด็นสำคัญในการดำเนินกลยุทธทางการเมืองของนายอาเบะ ที่ต้องการสร้างวงจรเศรษฐกิจเชิงบวก ซึ่งประกอบด้วยผลกำไรของภาคธุรกิจที่สูงขึ้น ค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้น และการบริโภคที่ปรับตัวขึ้น ซึ่งจะช่วยยุติภาวะเงินฝืดที่ดำเนินมานานถึงสิบปีครึ่ง แต่การปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานที่บริษัทใหญ่ๆหลายแห่งในปีนี้ส่วนใหญ่ ถูกกดดันจากการปรับขึ้นภาษีขายเมื่อเดือนเม.ย. ขณะที่ค่าจ้างแรงงานที่บริษัทขนาดเล็กไม่มีการปรับขึ้นเลย
อย่างไรก็ตาม นายอาเบะ ยอมรับว่า นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของเขาที่บรรดาสื่อเรียกขานกันว่า"อาเบะโนมิคส์" ยังไม่ได้ส่งผลดีไปถึงแรงงานทั่วประเทศและประชาชนในชนบทอย่างเต็มที่ แต่หวังว่า การเลื่อนปรับขึ้นภาษีการขายออกไปเป็นปี 2560 จะช่วยให้การขึ้นค่าจ้างแรงงานเอื้อประโยชน์ต่อประชาชนได้มากขึ้นในช่วง 2ปีข้างหน้า





