วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ราคาน้ำมันร่วงต่ำกว่า60ดอลล์

ราคาน้ำมันโลกร่วงหนักเหลือไม่ถึง60ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังไออีเอประกาศปรับลดตัวเลขคาดการณ์ความต้องการน้ำมันปี58

ราคาน้ำมันโลกดิ่งลงทำสติต่ำสุดในรอบ 5 ปีครั้งใหม่ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (12 ธ.ค.) มาอยู่ที่ 57.81 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่ำกว่าแนวต้านทางจิตวิทยาที่ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ในตลาดลอนดอน ร่วงลงมาอยู่ที่ 61.35 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังสำนักงานพลังงานสากล (ไออีเอ) ออกมาปรับลดตัวเลขคาดการณ์ความต้องการน้ำมันสำหรับปี 2558 เป็นครั้งที่ 5 ในรอบ 6 เดือน

การร่วงลงของราคาน้ำมัน ยังฉุดให้ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ของสหรัฐ ปิดซื้อขายเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา ดิ่งลงถึง 303.50 จุด หรือ 1.72% มาอยู่ที่ 17,292.84 จุด ขณะที่ดัชนีเอส แอนด์ พี 500 ลดลง 32.35 จุด หรือ 1.59% ปิดซื้อขายที่ 2,002.98 จุด และดัชนีแนสแด็ก 500 ปรับลง 54.57 จุด หรือ 1.16% ปิดตลาดที่ 4,653.60 จุด

ทางด้านหุ้นยุโรปก็ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยดัชนีเอฟทีเอสอี 100 ตลาดลอนดอนอังกฤษ ดิ่งลงไปถึง 2.49% ปิดซื้อขายที่ 6,300.63 จุด ส่วนดัชนีแค็ก 40 ของฝรั่งเศส ร่วงลง 2.77% ที่ 4,108.93 จุด และดัชนีแด็กซ์ 30 ของเยอรมนี ลดลง 2.72% ที่ 9,594.73 จุด

นักวิเคราะห์ชี้ว่า แม้ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงจะเอื้อประโยชน์ให้กับผู้บริโภค แต่ทำให้เทรดเดอร์รู้สึกกังวลกับการร่วงลงอย่างไร้ขีดจำกัดของราคาน้ำมัน และทำให้เกิดการคาดการณ์ ถึงการชะลอการซื้อขายในหุ้นกลุ่มนี้ นอกเหนือจากความกังขาในสถานการณ์ของกลุ่มบริษัทผลิตน้ำมัน ทั้งหมดนี้ทำให้ตลาดตกอยู่ในภาวะไร้เสถียรภาพ และทำให้เกิดการเทขายออกมา

การดิ่งลงรอบล่าสุดนี้ สะท้อนให้เห็นว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกน่าจะเจอกับภาวะติดขัดในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า

นับแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ไออีเอ ได้ออกมาปรับลดคาดการณ์ตัวเลขความต้องการน้ำมันสำหรับปี 2558 ไปแล้ว 800,000 บาร์เรล ทั้งยังระบุว่า ผลผลิตน้ำมันของสหรัฐจะปรับเพิ่มขึ้นราว 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีหน้า

ในการปรับลดครั้งล่าสุดนี้ ไออีเอ ระบุว่า ความต้องการน้ำมันสำหรับปี 2558 จะขยายตัวเพียง 0.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่วันละ 93.3 ล้านบาร์เรล น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ราว 230,000 ล้านบาร์เรล

ไออีเอบอกด้วยว่า แม้ราคาน้ำมันจะปรับลดลงมาอย่างมาก เกือบถึง 50% นับแต่เดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา แต่ไม่มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนให้เกิดการบริโภคมากขึ้นแต่อย่างใด

"อาจจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะหนึ่งที่ทั้งการจัดหา และความต้องการ จะขานรับต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมัน" ไออีเอ ระบุ

อย่างไรก็ดี บรรดานักวิเคราะห์มองว่า แม้ราคาน้ำมันจะร่วงลงอย่างหนัก จากที่เคยยืนอยู่เหนือระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาอยู่ไม่ถึง 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรือร่วงลงมามากกว่า 40% แล้ว แต่แนวโน้มขาลงอาจจะยังไม่ยุติในเร็ววันนี้ โดยแบงก์ ออฟ อเมริกา เมอร์ริล ลินช์ ประเมินว่า ราคาน้ำมันดิบสหรัฐ อาจจะดิ่งลงไปถึง 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในปีหน้า

ขณะที่นายวิคาซ วิเวดิ นักกลยุทธ์พลังงาน จากแมคควอรี รีเสิร์ช แสดงความเห็นว่า ภาวะซบเซาในการขยายตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้ความต้องการน้ำมันลดลง

"ข้อเท็จจริงที่ว่าการจัดหามีการเติบโตขึ้นอย่างมากนั้น ไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนมากนัก แต่ที่น่าตกใจ คือ ความต้องการที่ดิ่งลงอย่างหนัก"

เหล่านักวิเคราะห์ ยังมองว่า การจัดหาที่เพิ่มขึ้น และความต้องการที่ลดลง อาจเป็นแรงกดดันขาลงต่อราคาน้ำมันต่อเนื่องไปจนตลอดฤดูร้อน แต่ราคาอาจได้แรงหนุน จากความกังวลถึงเหตุการณ์รุนแรงในอิรัก ที่จะช่วยฉุดให้ราคาน้ำมันไม่ดิ่งลงไปมากนัก เพราะเทรดเดอร์ กังวลว่า สมาชิกกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) อาจจะพยายามปิดตายการผลิตน้ำมันของอิรัก

รายงานของไออีเอ ระบุด้วยว่า น้ำมันดิบสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับพลังงานหมุนเวียนไป และไม่มีแนวโน้มว่า ราคาที่ถูกลงจะทำให้น้ำมันดิบสามารถมาชิงส่วนแบ่งตลาดนี้คืนได้

สำหรับประเทศร่ำรวยในกลุ่มความร่วมมือ และการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (โออีซีดี) นั้น ไออีเอ ระบุว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ล่าช้า ประกอบกับการเติบโตของค่าจ้างแรงงานที่อ่อนแอ และแรงกดดันที่จะเกิดภาวะเงินฝืด จะยิ่งกดดันให้ราคาน้ำมันร่วงลงไปอีก

ในจำนวนประเทศต่างๆ ทั่วโลกนั้น 1 ในประเทศที่ไออีเอได้ปรับลดความต้องการน้ำมันลงมามากสุดคือ รัสเซีย โดยคาดว่าจะเหลือความต้องการเพียงแค่ 3.4 ล้านบาร์เรลต่อวันเท่านั้น หรือลดลงจากการประเมินเมื่อเดือนที่แล้วอีก 195,000 บาร์เรล

"ราคาน้ำมันที่ลดต่ำลง อาจส่งผลกระทบอย่างหนักต่อรายได้ส่งออกของประเทศผู้ส่งออกน้ำมันสุทธิ ทำให้แหล่งรายได้หลักของประเทศเหล่านี้หดหายไป และยิ่งทำให้ความต้องการลดลงไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน ที่อยู่ในภาวะขาดแคลนเงินสด อย่าง เวเนซุเอลา และรัสเซีย ซึ่งมีแนวโน้มว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้น จะยิ่งทำให้มีความเสี่ยงมากขึ้นที่ประเทศเหล่านี้จะผิดนัดชำระหนี้"

ราคาน้ำมันขาลง ยังเสี่ยงที่จะทำให้เกิดภาวะไร้เสถียรภาพขึ้นมาในสังคม หรือความยากลำบากทางการเงิน หากเหล่าผู้ผลิตเห็นว่า เป็นเรื่องยากที่จะจ่ายเงินชำระหนี้ โดยในช่วงที่น้ำมันเคลื่อนไหวอยู่ในระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อเดือนพ.ย.นั้น รัสเซีย เคยออกมาระบุว่า ขาดทุนไปแล้วมากถึง 100,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี จากราคาน้ำมันที่ซบเซาลง

ทั้งนี้ การเดินสู่ขาลงของราคาน้ำมันโลก ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตั้งแต่ฐานล่างของตลาดพลังงาน เพราะประเทศต่างๆ หันมาหาทางใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ หรือแหล่งพลังงานหมุนเวียนกันมากขึ้น ทั้งเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ ยังทำให้เกิดภาวะเฟื่องฟูในการผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดสหรัฐ

ขณะที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) ที่เคยทำหน้าที่เป็นผู้สกัดการร่วงลงของราคา ด้วยการลดกำลังผลิต ก็เปลี่ยนท่าทีใหม่ ไม่มีการออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องลดการผลิตแต่อย่างใด

การดิ่งลงของราคาน้ำมัน ยังส่งผลให้บรรดาผู้เล่นในอุตสาหกรรมนี้ ต้องดำเนินการปรับโครงสร้าง และปลดพนักงานจำนวนหนึ่ง รวมถึงกรณีล่าสุดอย่างบีพี ที่เพิ่งประกาศมาตรการยกเครื่องกิจการ มูลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์