ความขัดแย้งในชุมชนที่มีสาเหตุมาจากการปฏิบัติตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจกับชาวผิวสีในสหรัฐ เป็นปัญหาเรื้อรัง
ความขัดแย้งในชุมชนที่มีสาเหตุมาจากการปฏิบัติตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจกับชาวผิวสีในสหรัฐ เป็นปัญหาเรื้อรัง ที่ยังไม่มีผู้นำคนใดแก้ไขได้ และเป็นเหมือนระเบิดเวลาที่รอวันระเบิด ขอเพียงมีชนวนเหตุ ล่าสุด ปัญหาขัดแย้งบานปลาย ทำให้พลเมืองในหลายเมืองในสหรัฐที่ไม่ใช่คนผิวขาวออกมาชุมนุมประท้วง เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรม
เริ่มจากผู้ชุมนุมในนครนิวยอร์ก เมืองใหญ่ที่สุดของสหรัฐ ที่มีการปิดกั้นถนน, อุโมงค์ และสะพานหลายแห่ง ขณะที่ผู้ชุมนุมหลายคน พากันร้องตะโกนว่า "ผมหายใจไม่ออก" ซึ่งเป็นประโยคที่นายอีริค การ์เนอร์ ชายผิวดำพร่ำร้องวิงวอนต่อตำรวจก่อนจะสิ้นลมด้วยฝีมือตำรวจผิวขาว ซึ่งแม้การชุมนุมส่วนใหญ่จะเป็นไปอย่างสงบ แต่ตำรวจก็จับกุมผู้ชุมนุมไปหลายสิบคน
นอกจากนั้นยังมีการชุมนุมประท้วงในอีกหลายเมือง เช่น นครชิคาโก, บอสตัน, ฟิลาเดลเฟีย, บัลติมอร์ และวอชิงตัน ดี.ซี. จนส่งผลให้การจราจรเป็นอัมพาตใกล้กับทำเนียบขาวในช่วงเวลาเดียวกับที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้นำผิวสีคนแรกของสหรัฐ ทำพิธีเปิดไฟประดับต้นคริสต์มาสประจำชาติ
แต่การประท้วงที่นิวยอร์ก เป็นการชุมนุมใหญ่ที่สุด ผู้คนหลายพันคนมาชุมนุมกันที่จัตุรัสโฟลีย์ ใกล้สำนักงานตำรวจนิวยอร์ก พร้อมกับร้องตะโกนให้ปิดสำนักงานนี้เสีย และชูป้ายข้อความเช่น "ชีวิตคนผิวสีมีความหมาย" และ "การเหยียดผิวฆ่าคน"
ขณะที่มีการชุมนุมประท้วงที่นิวยอร์กนั้น กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ได้เผยแพร่รายงานผลการสอบสวน การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในเมืองคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ ที่ใช้เวลาสอบสวนนาน 19 เดือน จากคดีที่ตำรวจผิวขาวยิงเด็กชายผิวสีวัย 12 ขวบ ที่ใช้ปืนปลอมขู่ผู้คนในสนามเด็กเล่นที่เมืองนี้ เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ซึ่งรายงานการสอบสวนของรัฐบาลกลาง สรุปว่า ตำรวจคลีฟแลนด์ ใช้กำลังเกิดกว่าเหตุกันเป็นกิจวัตร
ด้านรัฐมนตรียุติธรรมของสหรัฐ นายเอริก โฮลเดอร์ กล่าวโทษปัญหานี้ว่า เกิดจากความบกพร่องของระบบ ทั้งยังขาดความรับผิดชอบ, ขาดการฝึกฝน และขาดแคลนอุปกรณ์
ผลการสอบสวนนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับคดีสังหารเด็กชายทามีร์ ไรซ์ ซึ่งภาพวิดีโอฟ้องว่า ตำรวจที่มาระงับเหตุลั่นไกสังหารเด็กชายในเวลาไม่กี่วินาทีหลังจากมาถึง คดีนี้เมื่อนำมารวมกับคดีฆ่านายไมเคิล บราวน์ วัยรุ่นผิวสีอายุ 18 ปี ที่เมืองเฟอร์กูสัน และคดีของนายการ์เนอร์ ที่ตำรวจผิวขาวพ้นผิดทั้งคู่ ยิ่งตอกย้ำข้อโต้แย้งที่ว่า ตำรวจผิวขาวและกระบวนการยุติธรรมของสหรัฐปฏิบัติต่อชาวอเมริกันผิวสีอย่างไม่ยุติธรรม
ยิ่งไปกว่านั้น ที่รัฐแอริโซนา ยังเกิดเหตุตำรวจผิวขาวยิงผู้ต้องสงสัยคือนายรูเมน บริสบอน ชายผิวสีอายุ 34 ปี เสียชีวิตที่เมืองฟินิกซ์ ระหว่างการเผชิญหน้ากัน ด้านนอกร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง โดยชายคนนี้ ถูกยิงหน้าอก 2 นัด โดยตำรวจเข้าใจผิดว่า นายบริสบอนขยับมือเพื่อคว้าปืนที่ซ่อนไว้ในเสื้อแจ็กเกต แต่ความเป็นจริง เขากำลังล้วงหายา และไม่ได้พกพาอาวุธ เหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นในช่วงที่ตำรวจกำลังสอบสวนการขายยาเสพติด





