ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงปรับตัวร่วงลง หลายประเทศเริ่มเตรียมพร้อมรับมือกับช่วงขาลง
ใกล้ถึงวันประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน หรือโอเปค 27 พ.ย.เข้ามาทุกที ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ก็ยังคงปรับตัวร่วงลง ท่ามกลางกระแสข่าวว่า หลายประเทศเริ่มเตรียมพร้อมรับมือกับช่วงขาลงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกไปจนถึงปลายปีนี้ หากที่ประชุมโอเปค ตกลงไม่ลดกำลังการผลิต เริ่มจากรัสเซีย ที่เตรียมควบคุมการผลิตน้ำมัน หวังสร้างเสถียรภาพในตลาดโลก
รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานรัสเซีย นายอเล็กซานเดอร์ โนวัค ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์รอสสิยา 24 ว่า รัฐบาลรัสเซีย มีแผนสร้างเสถียรภาพในตลาดน้ำมันโลก ด้วยการควบคุมกำลังการผลิตไม่ให้เกิน 525 ล้านตันต่อปี
พร้อมทั้งบอกว่า สมาชิกโอเปคหลายราย มีกำลังการผลิตเกินโควตาอยู่แล้ว จึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่กลุ่มโอเปคจะตกลงปรับลดกำลังผลิตน้ำมันลงในการประชุมวันที่ 27 พ.ย.นี้ ซึ่งที่ผ่านมา สมาชิกกลุ่มโอเปค มีความเห็นต่อประเด็นลดหรือไม่ลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบแตกต่างกันไป
ประเด็นราคาน้ำมันตกต่ำ เป็นปัญหาใหญ่สำหรับรัสเซีย ที่ปัจจุบัน นอกจากจะมีรายได้จากการขายน้ำมันลดลงแล้ว ยังเจอผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก และสหรัฐเข้าไปด้วย จึงทำให้รายได้เข้าประเทศลดลงไปมาก
แม้แต่รัฐมนตรีคลังของรัสเซีย นายแอนทัน ซิลัวนอฟ ยังยอมรับว่า มาตรการคว่ำบาตรของประเทศตะวันตก กรณีความขัดแย้งในยูเครน จะสร้างความสูญเสียให้แก่รัสเซียปีละประมาณ 40,000 ล้านดอลลาร์ นอกจากนั้น ราคาน้ำมันดิบที่ลดลง 30% ยังส่งผลกระทบต่อประเทศอีกปีละ 90,000-100,000 ล้านดอลลาร์
มาตรการคว่ำบาตรที่สหภาพยุโรป หรืออียู และสหรัฐ ใช้กับรัสเซียโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ทำให้รัฐบาลกรุงมอสโก ไม่สามารถเข้าถึงตลาดทุนระหว่างประเทศ รวมถึงเทคโนโลยีได้
แม้แต่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินเอง ก็พูดเป็นนัยว่า รัสเซียอาจเผชิญผลพวงอันร้ายแรง จากมาตรการคว่ำบาตร ราคาน้ำมันตกต่ำ และเงินรูเบิลที่ดิ่งลง พร้อมทั้งบอกว่า สิ่งเหล่านี้จะมีผลกระทบต่อเนื่องไปถึงประเทศอื่นด้วย
แต่ปัญหาราคาน้ำมันดิบโลกดิ่ง ก็สร้างความปวดหัวให้แก่รัฐบาลโอมานด้วยเหมือนกัน ล่าสุดทางการโอมาน เตรียมตัดลดการใช้จ่ายภาครัฐ และบังคับใช้มาตรการขึ้นภาษี หลังรายได้ของประเทศลดฮวบ เพราะราคาน้ำมันที่ตกต่ำในตลาดโลก
โฆษกสภาชูรา หรือสภาที่ปรึกษาด้านการบริหารราชการแผ่นดินของโอมาน ระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงที่เศรษฐกิจของโอมาน จะได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากผลพวงของราคาน้ำมันที่ตกต่ำในตลาดโลก หลังจากราคาน้ำมันดิบที่ตลาดเบรนต์ ปรับร่วงลงสู่ระดับ 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งที่เคยพุ่งสูงถึง 115 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อช่วงเดือนมิถุนายน และหากราคาน้ำมันในตลาดโลกไม่กระเตื้อง โอมาน อาจต้องพิจารณาจัดทำงบประมาณแผ่นดินแบบขาดดุลในปีหน้า แทนการใช้งบประมาณแบบเกินดุลอย่างในปัจจุบัน
การที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลง ทำให้โอมานสูญเสียรายได้ไปมากถึง 7,900 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 259,360 ล้านบาท รัฐบาลโอมานจึง จำเป็นต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ เพื่อสร้างรายได้จากทางเลือกอื่นๆ ที่ไม่ใช่รายได้จากอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ แต่ในระยะสั้น ทางการโอมานอาจจะต้องทบทวนแผนจัดเก็บภาษีให้มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น รวมทั้งต้องตัดลดการใช้จ่ายภาครัฐลงอย่างมาก





