".. เอฟไอเอช โมบาย ซึ่งมีฟ็อกคอนน์ถือหุ้นถึง 66% รับประกอบชิ้นส่วนให้กับแบรนด์โทรศัพท์หลายราย.."
หลายปีมาแล้วที่อนาคตของฟ็อกซ์คอนน์ บริษัทรับจ้างผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งมีรายได้มากที่สุดในโลก ขึ้นอยู่กับการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ให้แอ๊ปเปิ้ล อิงค์ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือไอโฟน หรือแท็บเล็ตไอแพ็ด โดยรายได้ประมาณครึ่งหนึ่งของบริษัทมาจากการผลิตชิ้นส่วนเหล่านี้ แต่ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของฟ็อกซ์คอนน์ ซึ่งมีฐานการผลิตอยู่ในไต้หวัน เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้รับคำสั่งซื้อด้านชิ้นส่วนจากเสี่ยวหมี่ อิงค์ บริษัทผลิตสมาร์ทโฟนสัญชาติจีน
ฟ็อกซ์คอนน์ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อบริษัทฮอนไห่ พรีซิชัน อินดัสทรี รายงานเมื่อวันพฤหัสบดี (13 พ.ย.) ที่ผ่านมาว่า กำไรในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 11% จากยอดคำสั่งซื้อโทรศัพท์ไอโฟน 6 ที่มีหน้าจอใหญ่กว่าหลายรุ่นที่บริษัทผลิต แต่ไม่ได้มีเฉพาะยอดคำสั่งซื้อไอโฟน 6 เพียงอย่างเดียวที่หนุนผลกำไรไตรมาส 3 ยังมีผลกำไรจากบริษัทเอฟไอเอช โมบาย ซึ่งเป็นหน่วยงานในเครือของฟ็อกซ์คอนน์อีกส่วนหนึ่งด้วยที่หนุนให้กำไรไตรมาส 3 ทะยาน
เอฟไอเอช โมบาย ซึ่งมีฟ็อกคอนน์ถือหุ้นถึง 66% รับประกอบชิ้นส่วนให้กับแบรนด์โทรศัพท์หลายราย ที่ไม่ใช่แอ๊ปเปิ้ล แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ บริษัทนี้ได้สูญเสียรายได้อย่างหนัก ตั้งแต่ ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือรายใหญ่สุดของโลก สัญชาติเกาหลีใต้ หันมาประกอบโทรศัพท์เอง ทำให้เอฟไอเอช เหลือลูกค้าไม่กี่ราย รวมถึงโนเกีย คอร์ป และโมโตโลรา โมบิลิตี ที่ส่วนแบ่งตลาดโลกของทั้งสองแบรนด์หดตัวลงอย่างมากว
ขณะที่คำสั่งซื้อมือถือประกอบเสร็จ หลั่งไหลเข้ามาจากผู้ผลิตโทรศัพท์จีนหลายราย อาทิ เสี่ยวหมี่, หัวเว่ย เทคโนโลยี และ ออปโป้ โมบาย เทเลคอมมิวนิเคชันส์ ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากอุปกรณ์ของแบรนด์เหล่านี้มีราคาไม่สูงมาก จึงทำให้ผลประกอบการของบริษัทตีตื้นขึ้นมามีกำไรอีกครั้ง หลังจากขาดทุนไปในปี 2555 โดยดอยช์ แบงก์ สถาบันการเงินชื่อดังจากเยอรมนี คาดการณ์ว่า กำไรของเอฟไอเอชจะทะยานขึ้นเป็น 2 เท่าในปีนี้
นายวินเซนต์ ถง ประธานบริษัทเอฟไอเอช โมบาย เผยว่า สถานะของผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากจีนที่แข็งแกร่งในปีหน้า ทำให้บริษัทมีแผนลงทุนเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต ส่วนลูกค้าหลายราย อย่างเช่น เสี่ยวหมี่ และหัวเว่ย ต่างมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตปริมาณมากเช่นกัน
การพลิกขึ้นมามีกำไรของเอฟไอเอช เป็นพัฒนาการที่ดีสำหรับฟ็อกซ์คอนน์ด้วยเหมือนกัน เมื่อบริษัทผู้ผลิตรายใหญ่ อายุ 40 ปีแห่งนี้ พยายามประคับประคองรายได้แต่ละปีให้เพิ่มขึ้น 130,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนักวิเคราะห์กลุ่มหนึ่ง มองว่า การที่เอฟไอเอช หันไปพึ่งพาเสี่ยวหมี่และแบรนด์โทรศัพท์อีกหลายแห่งในจีน เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ท่ามกลางความกังวลว่า คำสั่งซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จากแอ๊ปเปิ้ลจะค่อยๆลดลง โดยแหล่งข่าววงใน เผยว่า แอ๊ปเปิ้ล สั่งซื้อไอโฟนและไอแพดจากคู่แข่งไต้หวันรายเล็กกว่าอย่าง คอมพาล อิเล็กทรอนิกส์ อิงค์ และ วินสตรอน คอร์ปในปริมาณที่มากกว่า
การที่แอ๊ปเปิ้ลหันไปพึ่งพาการผลิตจากซัพพลายเออร์รายอื่นๆเพื่อให้ผลิตสินค้าทันกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ทำให้การเติบโตด้านรายได้และผลกำไรของฟ็อกซ์คอนน์ชะลอตัวลง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่บริษัทแห่งนี้ ก็ประกาศกำไรสุทธิในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นเป็น 34,090 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (36,500 ล้านบาท) จาก 30,750 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (33,000 บาท) ส่วนรายได้เพิ่มขึ้น 3% เป็น 950,490 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (1,020,000 ล้านบาท) จาก 919,300 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (984,000 ล้านบาท) แต่อัตราการเติบโตของผลกำไรกลับชะลอตัวลงจาก 19% ในไตรมาส 2





