เวที "จี20" เตรียมดันมาตรการเพิ่มการเติบโตเศรษฐกิจโลก 2% ภายในปี 2561 เน้นหนุนเอกชนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
ผู้นำกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา 20 ประเทศ (จี 20) เปิดฉากการประชุมสุดยอดที่เมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย ช่วงสุดสัปดาห์นี้ โดยนายกรัฐมนตรีโทนี แอบบอตต์ของออสเตรเลีย แถลงว่าออสเตรเลียซึ่งเป็นเจ้าภาพการประชุม จะผลักดันวาระเกี่ยวกับส่งเสริมการเติบโตในโลกและการสร้างงาน
ออสเตรเลียพยายามผลักดันให้เพิ่มเป้าหมายการเติบโตของโลกขึ้นอีก 2% ภายในปี 2561 รวมถึงผลักดันสมาชิกให้มุ่งมั่นกับการปฏิรูปลดกฎระเบียบและส่งเสริมเอกชนให้ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ภายใต้เป้าหมายของการสร้างงานหลายล้านตำแหน่ง
หนึ่งในข้อเสนอหลักๆ ในการผลักดันการเติบโต คือการเพิ่มการลงทุนของภาคเอกชนด้านโครงสร้างพื้นฐาน การปฏิรูปการเงิน และส่งเสริมการค้าเสรี
นางคริสติน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แสดงการสนับสนุนท่าทีของกลุ่มจี 20 ว่าการให้ความสำคัญกับการเติบโตถือเป็นยุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง
"แน่นอนว่าการเพิ่มผลผลิตขึ้นอีก 2% ในช่วง 5 ปีถือเป็นเรื่องดี แต่จะเพียงพอในการสร้างงานที่จำเป็นทั้งหมดหรือไม่นั้น คำตอบคือไม่กระนั้นก็ถือเป็นก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้อง" นางลาการ์ด มั่นใจว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงระหว่างการประชุมของกลุ่มจี 20 สุดสัปดาห์นี้ เพื่อเพิ่มผลผลิตทางเศรษฐกิจขึ้นอีก 2%
ด้านธนาคารเพื่อการพัฒนาชั้นนำของโลก ได้แสดงการสนับสนุนแผนการของกลุ่มจี 20 ที่จะตั้งศูนย์กลางโครงสร้างพื้นฐานโลก หวังกระตุ้นการเติบโตและสร้างงาน โดยกลุ่มจี 20 เห็นพ้องกันเมื่อเดือนก.ย. ที่จะจัดตั้งแนวคิดริเริ่มโครงสร้างพื้นฐานโลก คาดว่าจะมีสำนักงานใหญ่ในซิดนีย์ เพื่อทำหน้าที่แบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับการจับคู่นักลงทุนเข้ากับโครงการต่างๆ
เป้าหมายหลักของแนวคิดนี้คือลดกฎระเบียบและปิดช่องว่างด้านข่าวสารระหว่างนักลงทุนกับโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน ในช่วงที่กลุ่มจี 20 พยายามกระตุ้นเศรษฐกิจโลกด้วยการปรับเปลี่ยนจากการเติบโตภายใต้การนำของภาครัฐ ไปสู่ภาคเอกชน
สถาบันการเงินที่สนับสนุนแนวคิดของกลุ่มจี 20 ได้แก่ ธนาคารเพื่อการพัฒนาแอฟริกา ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย ธนาคารเพื่อการฟื้นฟูและการพัฒนาแห่งยุโรป ธนาคารเพื่อการลงทุนของยุโรป ธนาคารเพื่อการพัฒนาระหว่างทวีปอเมริกา ธนาคารเพื่อการพัฒนาอิสลาม ธนาคารโลก และไอเอ็มเอฟ
เอ็นจีโอร้องเอื้อประโยชน์ถึงคนจน
นายทิม คอสเตลโล ประธานกลุ่มภาคประชาสังคม ซี 20 กล่าวว่าการเติบโตที่เพิ่มขึ้นอีก 2% นั้นต้องกระจายไปถึงครัวเรือนยากจนด้วยหากผลประโยชน์ตกอยู่ในแค่กลุ่มคนรวยสุด 5% ก็ไม่ถือเป็นการเติบโตที่แท้จริงแต่เป็นการบ่มเพาะความไม่เท่าเทียม และเท่ากับว่ากลุ่มจี 20 ล้มเหลว
กลุ่มซี 20 ต้องการให้กลุ่มจี 20 แสดงเจตนารมณ์ที่จะพัฒนาระบบสาธารณสุข การศึกษา และเครือข่ายทางสังคม ด้วยเหตุว่าโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมมีความสำคัญๆ พอกับโครงสร้างพื้นฐานทั่วไป ทั้งยังวิจารณ์ออสเตรเลียว่าพุ่งเป้าไปที่การเติบโตโดยไม่พิจารณาถึงความไม่เท่าเทียมกันทางสังคม
โออีซีดีชี้ทำได้เกินเป้า
องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) กล่าวว่าแผนการของกลุ่มจี 20 ในการเพิ่มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกอาจทำได้เกินเป้าหมาย แม้มีความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างเหตุการณ์ในยูเครนกับการระบาดของไวรัสอีโบลา
นายแองเกิล เกอร์เรีย เลขาธิการกลุ่มโออีซีดี กล่าวว่ามาตรการกว่าพันมาตรการที่เสนอมาตั้งแต่เดือนก.พ. จะก่อให้เกิดการเติบโตเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ หากมีการนำแนวคิดริเริ่มเหล่านี้มาใช้อย่างจริงจัง โดยแนวคิดริเริ่มด้านนโยบายที่กลุ่มจี 20 เสนอมานั้น น่าจะทำให้การเติบโตในโลกเพิ่มขึ้นได้อีก 2.1%
"เราหมดเครื่องมือด้านนโยบายการเงินกับนโยบายการคลังแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่คือการปฏิรูปโครงสร้าง" นายเกอร์เรียระบุ
เยอรมนี-ฝรั่งเศสไม่ถดถอย
สำหรับสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกนั้น สำนักงานสถิติของสหภาพยุโรปรายงานว่าเยอรมนีซึ่งมีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรปขยายตัว 0.1% ช่วงไตรมาส 3 หลังจากหดตัว 0.1% เมื่อไตรมาส 2 สำหรับเศรษฐกิจฝรั่งเศส ซึ่งมีขนาดใหญ่รองลงมา ขยายตัว 0.3% หลังจากหดตัว 0.1% ในไตรมาสก่อน
การที่เศรษฐกิจของทั้งเยอรมนีกับฝรั่งเศสขยายตัวได้อีกครั้ง ทำให้ไม่เข้านิยามคำว่าถดถอย ซึ่งการเติบโตต้องติดลบ 2 ไตรมาสติดกันนายมิเชล ซาแปง รัฐมนตรีคลังฝรั่งเศส กล่าวว่าข้อมูลนี้ตอกย้ำคาดการณ์ของรัฐบาลที่ว่าปีนี้ทั้งปีเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ในระดับ 0.4%





