รัฐบาลอินโดนีเซียทบทวนแผนขึ้นราคาน้ำมันถึงลิตรละ 8 บาท ภายหลังจากที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลง
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลประธานาธิบดีโจโก วิโดโด เคยพิจารณาเอาไว้ว่าจะขึ้นราคาน้ำมันมากถึงลิตรละ 3,000 รูเปี๊ยะห์ หรือราวลิตรละ 8 บาท เพื่อลดภาระของรัฐบาลที่ต้องเข้าไปพยุงราคาน้ำมันมากถึง 23,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 7.2 แสนล้านบาท จนทำให้เกิดปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดครั้งใหญ่ แต่ราคาน้ำมันดิบสหรัฐที่ปรับตัวลงมา 7% นับตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม ที่นายวิโดโดสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง ช่วยให้สถานการณ์ผ่อนคลายลง รัฐบาลไม่ถูกกดดันให้ต้องรีบขึ้นราคาน้ำมันอีกต่อไป
โดยล่าสุดโฆษกรองประธานาธิบดี "นายฮุสเซน อับดุลลาห์" แถลงวานนี้ (13 พ.ย.) ว่า ส่วนที่สำคัญที่สุดคือการพิจารณาว่าจะขึ้นราคาน้ำมันมากแค่ไหน ภายใต้สถานการณ์ราคาน้ำมันโลกลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่ารัฐบาลน่าจะได้ข้อสรุปในเดือนนี้ แต่ยังระบุวันที่แน่นอนไม่ได้ เพราะยังมีปัจจัยอื่น ๆ ให้ต้องพิจารณาอีก โดยประธานาธิบดีวิโดโดมีกหนดหารือเรื่องการพยุงราคาน้ำมันกับรองประธานาธิบดียูซุฟ กัลลา และคณะรัฐมนตรีหลังจากกลับจากการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศจี 20 ที่ประเทศออสเตรเลียในสัปดาห์หน้า
ปัจจุบัน อินโดนีเซียจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ราคาน้ำมันถูกที่สุดในโลกเพราะการเข้าไปพยุงราคาของรัฐบาล โดยราคาน้ำมันเบนซินขายอยู่ที่ลิตรละ 6,500 รูเปียะห์ หรือประมาณ 13.3 บาท น้ำมันดีเซลขายอยู่ที่ลิตรละ 5,500 รูเปียะห์ หรือประมาณ 11.27 บาท





