วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สัมพันธ์'โอบามา-ซูจี'เริ่มสั่นคลอน

สัมพันธ์"โอบามา-ซูจี" เริ่มสั่นคลอน เพราะผู้นำฝ่ายค้านของพม่า เรียกร้องให้สหรัฐจริงจังกับกระบวนการเปลี่ยนผ่าน

การเดินทางเยือนพม่าเมื่อวันพุธของประธานาธิบดีบารัก โอบามา แห่งสหรัฐ อาจทำให้ผู้นำโลกอย่างโอบามา ต้องปวดหัวมากขึ้น เพราะเป็นการเยือนในช่วงที่ ผู้นำฝ่ายค้านของพม่า นางอองซาน ซูจี เรียกร้องให้สหรัฐ จริงจังกับกระบวนการเปลี่ยนผ่านประเทศพม่าไปสู่ระบอบประชาธิปไตยมากกว่านี้ แม้เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว จะยืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงพม่าไปสู่ประเทศประชาธิปไตย เป็นส่วนสำคัญในการดำเนินนโยบายต่างประเทศต่อพม่าของนายโอบามาก็ตาม

ความคืบหน้าด้านปรับเปลี่ยนประเทศไปสู่ประชาธิปไตยของพม่า สะดุดลงในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างนายโอบามากับนางซูจี นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ห่างเหินกันมากขึ้น ทั้งยังทำให้ความเห็นที่ต่างกัน เกี่ยวกับการไปสู่ประชาธิปไตย ตั้งแต่รัฐบาลทหารเปลี่ยนผ่านมาเป็นรัฐบาลพลเรือนในปี 2553 เริ่มมีความชัดเจนยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ นางซูจี แถลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า สหรัฐมองพัฒนาการประชาธิปไตยของพม่าดีเกินไป ทั้งยังพูดทำนองท้าทายไปยังผู้ที่มองว่า พม่ามีความคืบหน้าในการเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่ระบอบประชาธิปไตยว่า ให้แสดงหลักฐานที่สะท้อนถึงความคืบหน้าด้านประชาธิปไตยในพม่าที่เป็นรูปธรรมตลอด 2 ปีที่ผ่านมา

ทูตสหรัฐประจำพม่า นายดีเรก มิตเชลล์ บอกว่า การเยือนพม่าครั้งนี้ของนายโอบามาเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ แต่ก็ปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่า ผู้นำสหรัฐไม่ได้ไม่ได้แตกคอกับนางซูจี สหรัฐยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำฝ่ายค้านพม่า

ส่วนเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวระบุว่า แม้นายโอบามา จะกังวลเกี่ยวกับประชาธิปไตยในพม่า แต่ก็ยอมรับว่ามีพัฒนาการหลายอย่างเกิดขึ้นกับกระบวนเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยของดินแดนแห่งนี้ภายในระยะเวลาอันสั้น

ความกังวลของนางซูจี มีผลมาจากการที่รัฐบาลพลเรือนพม่า ซึ่งล้วนแต่เคยเป็นคนในกองทัพ มีความล้าช้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่สงวนที่นั่งในสภาถึง 1 ใน 4 ให้กับตัวแทนจากกองทัพ รวมถึงห้ามผู้ที่มีคู่สมรสเป็นชาวต่างชาติเป็นประธานาธิบดี ซึ่งทำให้นางซูจี ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้นำประเทศไม่ได้

ขณะที่ ผู้ช่วยที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของสหรัฐ นายเบน โรดส์ บอกว่า กระบวนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยของพม่าอาจต้องใช้เวลาหลายปี

การเยือนพม่าครั้งที่ 2 นี้ นายโอบา จะเข้าร่วมประชุมสุดยอดสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียใต้ หรือ อาเซียน ซึ่งจัดขึ้นในกรุงเนปิดอ เป็นเวลา 2 วัน และมีกำหนดเข้าพบประธานาธิบดีพม่า พลเอกเต็ง เส่ง ในวันนี้ จากนั้นจะเดินทางไปพบนางซูจี และแถลงข่าวร่วมกันที่นครย่างกุ้ง และร่วมงานเสวนากับเยาวชนท้องถิ่น ในวันศุกร์ (14 พ.ย.) ซึ่งกิจกรรมต่างๆที่เกิดขึ้นนี้ สะท้อนถึงพันธกิจในการเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ย้ำว่า นายโอบามาให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลง 3 ประการในพม่า คือ ให้พม่าปกครองโดยรัฐบาลที่เป็นพลเรือน ปูทางไปสู่การเลือกตั้งที่ยุติธรรม ให้สัญชาติชาวโรฮิงญา และยุติการสู้รบระหว่างกองทัพพม่ากับชนกลุ่มน้อย

พม่าจะเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหนในสามประเด็นที่ผู้นำสหรัฐคาดหวัง เป็นเรื่องที่ต้องลุ้นกันต่อไป หากสหรัฐทำให้พม่าเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งสามประการอย่างเห็นได้ชัด ก็ถือเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงด้านนโยบายต่างประเทศของนายโอบามา ซึ่งน่าจะพอชดเชยกับการดำเนินนโยบายในประเทศที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงได้