องค์การอนามัยโลก ขอแคนาดากับออสเตรเลีย แจงเหตุผลงดออกวีซ่า 3 ชาติแอฟริกาตะวันตกที่เผชิญการระบาดอีโบลา
ผู้อำนวยการแผนกรับมือขององค์การอนามัยโลก (ฮู) นางอิซาเบลลา นัททัล กล่าวว่า ได้ขอให้แคนาดากับออสเตรเลีย อธิบายเกี่ยวกับการตัดสินใจเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ระงับการออกวีซ่าให้แก่ผู้ที่มาจากกินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน ซึ่งเผชิญการระบาดของไวรัสอีโบลา เพราะมาตรการดังกล่าวอยู่นอกเหนือคำแนะนำของคณะกรรมการฉุกเฉินของฮู
เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ออสเตรเลีย เป็นชาติตะวันตกชาติแรกที่ระงับการออกวีซ่าให้ 3 ประเทศแอฟริกาตะวันตก จากนั้นไม่กี่วัน แคนาดาก็ดำเนินการตาม โดยทั้งสองประเทศ ให้เหตุุผลว่าเพื่อป้องกันการระบาดของไวรัสอีโบลา
แต่นางนัททัลชี้ว่า ฮูแค่แนะนำให้คัดกรองผู้โดยสารจากต้นทางและปลายทาง และคิดว่าการห้ามคนจากทั้ง 3 ประเทศเดินทางเข้า ไม่ใช่หนทางที่ดีในการรับมือการระบาด พร้อมขอให้ทุกประเทศ ที่ออกมาตรการแทรกแซงการเดินทางระหว่างประเทศ อธิบายเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวดังกล่าวด้วยมุมมองทางวิทยาศาสตร์และส่วนรวม
นางนัททัล กล่าวว่าการระงับการออกวีซ่าอาจทำให้ประเทศต่างๆ มองประเด็นในเรื่องความปลอดภัยผิดไป ทั้งยังอาจทำให้ผู้ต้องการเดินทางพยายามหาช่องทางอื่น ซึ่งจะทำให้เสี่ยงกว่า นอกจากนั้น มาตรการทำนองนี้ ยังทำให้การรับมือการระบาดกระทำได้ยากขึ้น ทั้งยังเพิ่มแรงกดดันแก่ประเทศต่างๆ ที่เผชิญการระบาดอยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน ฮู ได้ปรับลดยอดผู้เสียชีวิตจากไวรัสอีโบลาลงเหลือ 4,818 ราย จาก 4,951 ราย เช่นเดียวกับจำนวนผู้ติดเชื้อที่ลดลงเหลือ 13,042 คน จาก 13,567 คน โดยการระบาดในไลบีเรียลดลง ส่วนในเซียร์ราลีโอนเพิ่มขึ้น และในกินีทรงตัว ซึ่งการระบาดในไลบีเรียลดลง สร้างความประหลาดใจแก่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากที่เคยเตือนว่า ไวรัสจะระบาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง





