อิสราเอล สั่งปิดมัสยิดศักดิสิทธิ์ครั้งแรกนับจากปี 2510 ขณะที่ปาเลสไตน์ ระบุเป็นการประกาศสงคราม
กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของอิสราเอล มีคำสั่งปิดมัสยิดอัลอักซอ เมื่อวันพฤหัสบดี(30 ต.ค.) ถือเป็นการปิดมัสยิดครั้งแรก นับจากปี 2510 โดยห้ามชาวยิวและมุสลิมไปเยือน จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
ขณะประธานาธิบดีปาเลสไตน์ นายมาห์มูด อับบาส ออกแถลงการณ์ทันทีว่า เป็นมาตรการอันตรายและท้าทาย ที่จะทำให้สถานการณ์ในเยรูซาเลมตะวันออก ซึ่งล่อแหลมอยู่แล้ว ตึงเครียดและไร้เสถียรภาพมากขึ้นไปอีก และถือเป็นการประกาศสงครามกับชาวปาเลสไตน์
การสั่งปิดศาสนสถานศักดิสิทธิ มีขึ้นหลังเกิดเหตุมือปืนกระหน่ำยิงนายเยฮูดา กลิค นักเคลื่อนไหวชาวยิวชาตินิยมสุดขั้ว ได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อคืนวันพุธ(29 ต.ค.) โดยนายกลิค เกิดในสหรัฐและรณรงค์มานานให้ชาวยิว มีสิทธิเข้าไปสักการะสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งสำหรับชาวยิวคือเทมเพิล เมาท์ เนื่องจากในอดีตเคยเป็นที่ตั้งวิหารยิวสองแห่ง แต่สำหรับชาวมุสลิม คือ ฮารอม อัล ชารีฟ สถานที่แห่งนี้ เป็นศาสนสถานศักดิ์สิทธิที่สุดของศาสนายูดาย แต่ยังเป็นที่ตั้งของ มัสยิดอัล-อักซอ สิ่งศักดิ์สิทธิลำดับสามของศาสนาอิสลามด้วย
อย่างไรก็ตาม เยรูซาเลมตะวันออก ซึ่งอิสราเอลเข้ายึดครอง ก่อนผนวกเป็นดินแดนหลังสงคราม 6 วัน ในปี 2510 แต่นานาชาติไม่ยอมรับ เผชิญเหตุรุนแรงเรื่อยมา นับจากสงครามในกาซาเมื่อกรกฎาคม วัยรุ่นปาเลสไตน์ออกมาปาก้อนหินใส่ตำรวจแทบจะรายวัน และล่าสุด เกิดความตึงเครียดขึ้น เมื่ออิสราเอลประกาศสร้างบ้านใหม่แก่ผู้ตั้งถิ่นฐานชาวยิวในดินแดนยึดครองเยรูซาเลมตะวันออก


