ธนาคารกลางสหรัฐประกาศยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการผ่อนคลายเชิงปริมาณหลังอัดฉีดเงินเข้าสู่ศก. แต่ยังคงดบ.
ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยการผ่อนคลายเชิงปริมาณ(QE) หลังอัดฉีดเงินเข้าสู่เศรษฐกิจ ผ่านการเข้าซื้อสินทรัพย์ทางการเงินเพื่อกระตุ้นการเติบโตมานานกว่า 6 ปีเต็ม แต่ยืนยันว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำใกล้ศูนย์ต่อไปจนกว่าจะถึงปีหน้า
ทั้งนี้ การตัดสินใจของเฟด เป็นไปตามการคาดหมายของตลาด ขณะที่สหรัฐหลุดพ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจ แต่ยังคงมีปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเงินฝืดอยู่บ้าง แต่คณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) ระบุในถ้อยแถลงหลังการประชุมว่า ตลาดแรงงานที่น่าวิตกกังวลมาตลอด เริ่มมีสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวอย่างมั่นคงและค่อยๆเริ่มมีการจ้างงานอย่างเต็มที่ จึงเป็นเหตุผลให้เฟดตัดสินใจถอนคิวอี 3 ซึ่งเป็นขั้นล่าสุด ของโครงการเข้าซื้อพันธบัตรและตราสารหนี้มูลค่ากว่า 3.5 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี 2551 เพื่อกดให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำและสนับสนุนการลงทุน
นโยบายของเฟดมีเป้าหมายอยู่ที่ลดอัตราว่างงาน ซึ่งทะยานสูงสุดเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2552 โดยอยู่ที่ 10.0% แต่เมื่อเดือนที่แล้ว อัตราว่างง่านสหรัฐ ปรับตัวลดลงเหลือ 5.9 % และด้วยการเติบโตของภาคแรงงานที่อยู่ในภาวะมั่นคง เฟดจึงพุ่งความสนใจไปที่ภาวะเงินเฟ้อ ที่ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่า 2.0% ตามเป้าที่กำหนดไว้
ขณะที่ ผลสำรวจความเห็นของสมาชิกคณะกรรมการเอฟโอเอ็มซี พบว่า ส่วนใหญ่ชี้ว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยน่าจะเกิดขึ้นประมาณกลางปีหน้า แต่นักวิเคราะห์บางส่วน คาดการณ์ว่า เอฟโอเอ็มซี อาจแก้ไขภาษาในถ้อยแถลง เพื่อเปิดทางให้มีการขึ้นดอกเบี้ยก่อนกำหนด หลังจากถอนการทำ QE และเศรษฐกิจฟื้นตัวแล้ว





