"อียู"ออกโรงเตือนถึงความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตการเงินระลอกใหม่ พร้อมกับเรียกร้องให้อียูออกมาตรการใหม่ ๆ
กรรมาธิการสหภาพยุโรปหรืออียู ออกโรงเตือนถึงความเสี่ยงที่จะเกิดวิกฤตการเงินระลอกใหม่ พร้อมกับเรียกร้องให้อียูออกมาตรการใหม่ ๆ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจยุโรป
กรรมาธิการอียูด้านบริการและตลาดในภูมิภาค นายมิเชล บาร์นิเยร์ เปิดเผยระหว่างบรรยายการสอนให้มหาวิทยาลัยบ็อคโกนีในเมืองมิลานของอิตาลีเมื่อวานนี้ (28 ต.ค.) ว่า หนึ่งบทเรียนสำคัญที่ตนได้เรียนรู้จากการอยู่ในคณะกรรมาธิการอียูมา 5 ปีก็คือ "ความจำเป็นในการเฝ้าระวังตลอดเวลา" เพื่อรับมือความเสี่ยงใหม่ ๆ ที่อาจเกิดขึ้นต่อเสถียรภาพทางการเงิน
นายบาร์นิเยร์ กล่าวว่า วิกฤติที่ส่งผลกระทบต่อยุโรปตั้งแต่ปี 2551 ยังไม่สงบ และขณะนี้ยุโรปผ่านช่วงเลวร้ายที่สุดไปได้แล้ว แต่ยังติดอยู่ใจกลางวิกฤติเศรษฐกิจที่จุดชนวนจากวิกฤติทางการเงิน พร้อมกับเตือนถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในภาคการเงินด้วย
กรรมาธิการอียูยังระบุว่า 4 ประเด็นสำคัญที่อียูควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ สถาบันทางการเงินที่ใหญ่เกินจะล้มละลาย การใช้กฎเกณฑ์ที่ขาดความสอดคล้องกับสากล วิวัฒนาการของภาคธนาคารเงาที่ไม่ควบคุมไม่ได้ และการที่ภาคธุรกิจพึ่งพาภาคธนาคารอย่างหนัก
นอกจากนี้ นายบาร์นิเยร์กล่าวด้วยว่า ปัจจุบัน อียูไปไกลกว่ากลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ หรือ จี20 แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่สหภาพธนาคาร ขณะเดียวกันควรใช้มาตรการและกฎระเบียบใหม่ ๆ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ยูโรโซน ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาตลาดเงินในยุโรปที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ และยังเป็นวิธีที่ดีกว่าในการคุ้มครองผู้จ่ายภาษีและพลเมืองจากความเสี่ยงที่แบงก์แบกรับ





