กังวลเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว-การแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาฉุดหุ้นสหรัฐปิดตลาดปรับตัวลง
หุ้นสหรัฐปิดตลาดปรับตัวลง ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนว่าเศรษฐกิจโลกจะชะลอตัวและการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลา ที่ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปิดที่ 16,142.71 จุด ปรับตัวลง 172.48 จุดหรือ 1.06% ดัชนี S&P 500 ร่วง 15.11 จุดหรือ 0.80% ปิดที่ 1,862.59 จุดและดัชนีแนสแดก ปรับตัวลง 11.85 จุดหรือ 0.28% ปิดที่ 4,215.32 จุด
นักลงทุนเทขายหุ้น หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกสหรัฐปรับตัวลดลง 0.3% ในเดือนก.ย. หลังจากที่เพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนส.ค. ซึ่งสะท้อนถึงอุปสงค์จากผู้บริโภคที่อ่อนแอลง
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก เปิดเผยว่า ดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม ซึ่งเป็นการสำรวจกิจกรรมการผลิตในเขตนิวยอร์ก ร่วงลงแตะ 6.17 ในเดือนต.ค. จากระดับ 27.54 ในเดือนก.ย.
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ ยังเปิดเผยด้วยว่า สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจขยับขึ้นเพียง 0.2% ในเดือนส.ค. ซึ่งถือว่าน้อยที่สุดในรอบกว่า 1 ปี ส่วนยอดขายของภาคธุรกิจปรับตัวลดลง 0.4% ในเดือนส.ค. ซึ่งลดลงมากที่สุดในรอบครึ่งปี แสดงให้เห็นว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐยังคงเผชิญอุปสรรค
นอกจากนี้ ตลาดยังกังวลเรื่องการระบาดของไวรัสอีโบลา หลังจากพบเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ในโรงพยาบาลเทกซัส เฮลธ์ เพรสไบเทอเรียน ในเมืองดัลลัส รัฐเทกซัส ติดเชื้อไวรัสอีโบลาเป็นรายที่ 2 ต่อจากน.ส.นีนา ฟาม พยาบาลสาวอายุ 26 ปี ซึ่งติดเชื้อเป็นรายแรก โดยทั้งคู่ต่างเป็นผู้ดูแลนายโทมัส อีริค ดันแคน ผู้ป่วยอีโบลาชาวไลบีเรียที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแห่งนี้ และเสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 8 ตุลาคมที่ผ่านมา
สำนักงานสาธารณสุขรัฐเทกซัส แถลงเมื่อวันพุธ ตามเวลาท้องถิ่นว่า เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเป็นผู้หญิง และผลจากการทดสอบเบื้องต้นในห้องแล็บแห่งหนึ่งของรัฐเทกซัสพบว่าเธอติดเชื้อไวรัสอีโบลา และจากนี้จะมีการทดสอบเพื่อยืนยันอีกครั้งโดยศูนย์ควบคุม และป้องกันโรคของสหรัฐ (ซีดีซี) ในวันนี้





