บริษัททูฟ ซูดของเยอรมนี ทดสอบสารปนเปื้อนในอาหาร พบอาหารในเอเชียมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น
บริษัททูฟ ซูดของเยอรมนี ซึ่งทำการทดสอบสารปนเปื้อนในอาหารที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคในสิงคโปร์และประเทศอื่นๆ ในเอเชีย พบว่า อาหารในเอเชียมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยมากขึ้น
จากผลทดสอบในห้องปฏิบัติการของบริษัททูฟ ซูดในสิงคโปร์ พบว่า ตัวอย่างวัตถุดิบอาหารมีสารเมลามีน ซึ่งเป็นสารเคมีสีขาวที่ใช้ในพลาสติก กาว พื้นผิวเฟอร์นิเจอร์ น้ำยาล้างจาน และกระดานสีขาว สูงกว่าระดับที่กำหนดถึง 10,000 เท่า
ทั้งนี้ บรรดานักเคมีในห้องปฏิบัติการดังกล่าว ทำการทดสอบนมผงจากฟิลิปปินส์ อาหารทะเลจากอินโดนีเซีย เวียดนาม และมาเลเซีย รวมถึงอาหารแปรรูปสำหรับบริโภคในสิงคโปร์ และประเทศอื่นๆ ในเอเชีย
ด้านนายชอง ก๊อก หยง รองประธานที่รับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยอาหารของบริษัทดังกล่าว เปิดเผยว่า เขาทำงานในอุตสาหกรรมนี้มา 25 ปี และทุกสองสามปีจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นเสมอ ซึ่งถือเป็นความท้าทายอย่างต่อเนื่อง เพราะมีหลายบริษัทที่ต้องการสร้างรายได้จากการลงทุนต่ำ พวกเขาจึงพยายามที่จะผลิตอาหารคุณภาพต่ำให้ออกมาดูดี ซึ่งถือเป็นเหตุจูงใจให้พวกเขาทำผิดกฎหมาย
ขณะที่นายสิวาปุราม ประภาคาร นักวิจัยนโยบายอาวุโสของสถาบันยุทธศาสตร์สิ่งแวดล้อมโลกในญี่ปุ่น กล่าวว่า หลายประเทศยังคงรับมือกับปัญหาความปลอดภัยด้านอาหารด้วยการส่งมอบให้กระทรวง และหน่วยงานต่างๆ ดูแล โดยปราศจากการประสานงานและร่วมมือกัน
ด้านนายฮิโรยูกิ โคนุมะ ผู้อำนวยการองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ หรือเอฟเอโอ ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค กล่าวว่า อาหารที่ไม่ปลอดภัยทำให้เกิดโรคทั้งประเภทเฉียบพลัน และตลอดชีวิต ตั้งแต่โรคท้องร่วงไปจนถึงโรคมะเร็งต่างๆ โดยมีกว่า 200 โรคที่เกิดจากการรับประทานอาหารปนเปื้อน ขณะเดียวกันอาหารเหล่านี้ยังส่งผลตรงกันข้ามต่อกำลังการผลิตภาพ การท่องเที่ยวและการค้า รวมถึงสามารถสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจด้วย





