โรงพยาบาลหลายแห่งในสหรัฐไม่สามารถกำจัดขยะติดเชื้อไวรัสอีโบลาได้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ไม่ได้เตรียมการเอาไว้
นายโธมัส ฟรายเดน ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ หรือ ซีดีซี ได้ออกมายอมรับว่า โรงพยาบาลหลายแห่งไม่สามารถกำจัดขยะติดเชื้อไวรัสอีโบลาได้ เนื่องจากเป็นเรื่องที่ไม่ได้เตรียมการเอาไว้ก่อน และไม่สามารถกำจัดให้หมดไปจากสหรัฐได้ตามกำหนดเดิม ในวันที่ 26กันยายนที่ผ่านมา หลังมีการยืนยันครั้งใหม่ว่าพบผู้ติดเชื้อไวรัสอีโบลารายแรกในประเทศ
ด้าน ดร. เดวิด เลกี้ หัวหน้าฝ่ายบริการสาธารณสุขรัฐเท็กซัส เผยว่า โรงพยาบาล เท็กซัส เฮลธ์ เพรสไบทีเรียน ที่ผู้ป่วยติดเชื้ออีโบลาคนแรกของสหรัฐรักษาตัวอยู่ ไม่สามารถกำจัดขยะติดเชื้อไวรัสมรณะนี้ได้ จึงต้องเก็บไว้ในแผนกกักกันโรค และได้ติดต่อบริษัทกำจัดขยะติดเชื้อที่ได้รับการรับรองแล้วให้ขนย้ายออกไปกำจัดก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่สามารถทำได้ เนื่องจากรอการอนุญาตจากกระทรวงคมนาคม ที่เพิ่งออกมาในวันศุกร์ (3ต.ค.) ทำให้ต้องเริ่มขนย้ายในสัปดาห์หน้า
การกำจัดขยะติดเชื้ออีโบลา อาทิเช่น อาเจียร และของเหลวจากตัวผู้ป่วย เป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับเจ้าหน้าที่สหรัฐ เนื่องจากโรงพยาบาลเพียงไม่กี่แห่งเท่านั้นมีที่เตาเผาขยะ และเครื่องอบไอน้ำความร้อนสูงขนาดใหญ่ ที่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสอีโบลาบนเสื้อผ้า และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้กับผู้ป่วยอีโบลา
ซีดีซี ยังได้แนะนำให้ โรงพยาบาลฆ่าเชื้อไวรัสอีโบลาในอุปกรณ์แบบปิด และปราศจากรั่วไหล จากนั้นจึงสามารถขนย้ายออกไปกำจัดได้เช่นเดียวกับอุปกรณ์การแพทย์ทั่วไป
อย่างไรก็ตาม กรมการชนส่งได้จัดให้ขยะติดเชื้ออีโบลา อยู่ในขยะติดเชื้อประเภท เอ ที่มีอันตรายมากกว่าขยะทางการแพทย์ทั่วไป เนื่องจากอาจส่งผลร้ายถึงขั้นเสียชีวิต





