พาณิชย์สหรัฐ เผยยอดขาดดุลการค้าสหรัฐเดือนส.ค.ลดลง0.5% ระบุต่ำสุดในรอบ7เดือน เหตุส่งออกขยายตัวมากกว่านำเข้า
กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐ รายงานว่า ยอดขาดดุลการค้าสินค้าและบริการของสหรัฐในเดือนส.ค. ปรับตัวลดลง 0.5% จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 4.01 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค.2557 หรือในรอบ 7 เดือน เนื่องจากการส่งออกขยายตัวมากกว่าการนำเข้า
ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ คาดการณ์ว่า ยอดขาดดุลการค้าเดือนส.ค.จะอยู่ที่ 4.09 หมื่นล้านดอลลาร์ เทียบกับระดับ 4.03 หมื่นล้านดอลลาร์ ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถูกปรับทบทวนลงจากรายงานเบื้องต้นที่ 4.06 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยยอดส่งออกของสหรัฐขยายตัว 0.2% จากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 1.985 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งยอดส่งออกสินค้าทุน สินค้าอุปโภคบริโภค และวัตถุดิบภาคอุตสาหกรรมล้วนปรับตัวขึ้น ขณะที่การส่งออกอาหารและยานยนต์ลดลง
ส่วนยอดนำเข้าปรับตัวขึ้น 0.1% แตะ 2.386 แสนล้านดอลลาร์ โดยยอดนำเข้าปิโตรเลียมและยานยนต์ปรับตัวลง ขณะที่การนำเข้าสินค้าทุนทำสถิติสูงสุด
ในเดือนส.ค. สหรัฐส่งออกปิโตรเลียมทำสถิติสูงสุด 1.41 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่ยอดนำเข้าปิโตรเลียม แตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2553 ที่ 2.72 หมื่นล้านดอลลาร์ เนื่องจากภาคพลังงานที่เฟื่องฟูในประเทศ ทำให้สหรัฐลดการพึ่งพาน้ำมันจากต่างประเทศ และส่งผลให้ยอดขาดดุลการค้าปิโตรเลียมของสหรัฐลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี
รายงานระบุว่า ยอดขาดดุลการค้าของสหรัฐกับเยอรมนี ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ยอดขาดดุลการค้ากับจีนลดลงเล็กน้อย ขณะที่ยอดส่งออกของสหรัฐ ไปยังญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2539





