รัฐสภาออสเตรเลียลงมติผ่านกฎหมายความมั่นคง เพื่อต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามตามคำร้องขอของรัฐบาล
รัฐสภาออสเตรเลียลงมติผ่านกฎหมายความมั่นคงในวันนี้ (1 ต.ค.) เพื่อต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามตามคำร้องขอของรัฐบาล ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ว่าอาจทำให้บรรดานักข่าวต้องถูกจำคุกจากการรายงานข่าวเกี่ยวกับความมั่นคงของชาติก็ตาม
ปัจจุบัน รัฐบาลออสเตรเลียมีความกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ เรื่องที่มีพลเมืองออสเตรเลียจำนวนหนึ่งเดินทางไปอิรัก และซีเรีย เพื่อร่วมต่อสู้เคียงข้างกลุ่มติดอาวุธอิสลาม ขณะที่ตำรวจออสเตรเลียเปิดเผยว่า เมื่อเดือนที่แล้วสามารถสกัดแผนฆ่าตัดศีรษะชาวออสเตรเลียของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือไอเอสได้
ทางด้านนายกรัฐมนตรีโทนี่ แอบบอตต์ ได้เตือนว่า ความสมดุลระหว่างเสรีภาพ และความมั่นคงอาจต้องถูกปรับเปลี่ยน หลังมีการกวาดล้าง และจับกุมผู้ที่ต้องสงสัยว่าเป็นสมาชิกและผู้สนับสนุนกลุ่มไอเอสขึ้นในประเทศ
ภายใต้กฎหมายใหม่ ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสภาล่างด้วยเสียงสนับสนุนของพรรคแรงงานซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก กำหนดว่า ผู้ที่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับปฏิบัติการข่าวกรองพิเศษอาจต้องโทษจำคุก 10 ปี พร้อมทั้งระบุให้การทำสำเนา ถอดเทป เก็บ หรือบันทึกข้อมูลข่าวกรอง เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย โดยนายจอร์จ แบรนดิส อัยการใหญ่ กล่าวว่า การปฏิรูปในครั้งนี้มีขึ้นเพื่อปรับปรุงกฎหมายความมั่นคงฉบับเดิมที่เขียนมาตั้งยุค 70 แล้ว แต่นักวิจารณ์มองว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นการตอบโต้โดยตรงต่อการที่นายเอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน อดีตลูกจ้างสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐหรือเอ็นเอสเอ นำข้อมูลสำคัญไปเปิดเผย
ขณะที่คณะกรรมการป้องกันสื่อมวลชน ระบุว่า ความกังวลว่ากฎหมายนี้จะไม่มีข้อยกเว้นสำหรับสื่อมวลชน ซึ่งอาจทำให้บรรดานักข่าวต้องถูกจำคุกสูงถึง 10 ปีจากการรายงานข่าวเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ





