มีผู้เดินทางเข้ามาร่วมกลุ่มไอเอสในจังหวัดอาเลปโป ทางตอนเหนือของอิรักมากกว่า 200 คนแล้ว
กลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในซีเรีย ชี้ มีผู้เดินทางเข้ามาร่วมกลุ่มรัฐอิสลาม หรือไอเอส ในจังหวัดอาเลปโป ทางตอนเหนือของอิรักมากกว่า 200 คนแล้ว นับแต่ที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้นำสหรัฐ ระบุว่า จะโจมตีที่มั่นไอเอสในซีเรีย
สหรัฐเริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศซีเรีย ตั้งแต่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นการโจมตีในพื้นที่ทางตอนเหนือ และตะวันออก ในความพยายามที่จะทำให้การเข้ายึดแหล่งน้ำมันซีเรีย และฐานที่มั่นตามแนวชายแดนอิรัก อ่อนกำลังลง
ช่วง 1 สัปดาห์ หลังจากนายโอบามา แถลงเกี่ยวกับปฏิบัติการกวาดล้างไอเอสเมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา มีคนอย่างน้อย 162 คน เดินทางมาช่วยกลุ่มไอเอสรับมือกับการโจมตีในพื้นที่ทางตะวันออก และเหนือ ของจังหวัดอาเลปโป และในวันที่ 23-24 กันยายนที่ผ่านมา ก็มีกลุ่มผู้ชายอีกราว 73 คน เดินทางมาร่วมกลุ่มด้วย ทำให้นับตั้งแต่วันที่ 10 กันยายนเป็นต้นมา มีคนเดินทางมาเข้าร่วมกลุ่มไอเอสในซีเรียแล้วอย่างน้อย 235 คน
ทางด้านหนังสือพิมพ์ สเตรทส์ ไทมส์ ของสิงค์โปร์ และสำนักข่าวเอเอฟพี รายงานอ้างสถาบันวิเคราะห์นโยบายความขัดแย้ง หรือไอแพค ที่มีสำนักงานในกรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย ว่านักรบจากอินโดนีเซียและมาเลเซียที่เดินทางไปร่วมรบกับกลุ่มไอเอสในซีเรีย ได้รวมตัวกันเป็นกองกำลังของตนเอง ซึ่งนักวิเคราะห์เกรงว่าจะนำไปสู่การขยายเครือข่ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ไอแพคซึ่งได้สัมภาษณ์ และจับตาการสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ระบุว่า หน่วยนักรบไอเอสที่พูดภาษามาเลย์ ใช้ชื่อว่า คาติบาห์ นูซันตารา ลิด เดาลาห์ อิสลามิยาห์( Katibah Nusantara Lid Daulah Islamiyyah) หรือ หมู่เกาะมาเลย์เพื่อรัฐอิสลามในอิรักและซีเรีย โดยประเมินว่ามีสมาชิกแล้วไม่ต่ำกว่า 22 คน พวกเขารวมตัวกันที่เมือง อัลชาดาดี จังหวัดฮาซากา ของซีเรียเมื่อต้นเดือนที่แล้ว โดยการรวมตัวกันน่าจะมาจากเหตุผลทางภาษา เนื่องจากชาวอินโดนีเซียจำนวนมากมีปัญหาในการปรับตัวเข้ากับหน่วยต่างๆ ของไอเอสที่มาจากหลากหลายชาติ ที่พูดอาหรับและอังกฤษ
ขณะนายโรบี ซูการา จากสถาบันบารอมิเตอร์ บอกว่า เป้าหมายการรวมตัวตั้งกลุ่มคือเพื่อระดมพลพรรคและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ต้องการเดินทางไปซีเรีย เพื่อป้องกันอาณาจักรอิสลาม(คอลิฟะ) ที่ไอเอสสถาปนาขึ้นเอง และเพื่อรับมือรัฐบาลที่พยายามสกัดกั้นผู้สนับสนุนคอลิฟะ





