ซอฟท์แบงก์ ของญี่ปุ่นคาด มีรายได้จากการทำไอพีโอที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กของอาลิบาบา ประมาณ 4,600 ล้านดอลลาร์
หลังจากราคาหุ้นของบริษัทอินเตอร์เน็ตจีน ในการซื้อขายอย่างเป็นทางการวันแรก พุ่งขึ้นไปถึง 38.07% ปิดซื้อขายที่ราคา 93.89 ดอลลาร์
หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ)ของซอฟท์แบงก์ นายมาซาโยชิ ซัน ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซีว่า อยากถือหุ้นในอาลิบาบามากกว่านี้ แม้จะย้ำว่าซอฟท์แบงก์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการมือถือและสื่ออินเตอร์เน็ต สัญชาติญี่ปุ่นพอใจกับการถือครองหุ้นในปัจจุบันที่ 32% ในอาลาบาบา จนทำให้เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุดในบริษัทจีน
นายซัน กล่าวด้วยว่า อาลิบาบาเป็นบริษัทโฮลดิ้งหลัก และเขามั่นใจว่าบริษัทอินเตอร์เน็ตจีนมีอนาคตสดใสรออยู่ และมั่นใจว่า การทำไอพีโอของอาลิบาบาที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก จนถูกบันทึกไว้ว่า เป็นการระดมทุนครั้งประวัติศาสตร์ของโลก ด้วยเม็ดเงินระดมทุนได้มากถึง 25,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้บริษัทของเขามีรายได้เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปี นับจนถึงสิ้นเดือนก.ย.อย่างมหาศาล โดยซอฟท์แบงก์ จะประกาศตัวเลขที่แน่ชัดในโอกาสต่อไป
อาลีบาบา ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2542 ด้วยจำนวนคนทำงานในบริษัทเพียง 18 คน ภายใต้การนำของ "นายแจ็ค หม่า" ผู้ก่อตั้งบริษัท โดยนายหม่าเลือกที่จะให้บริษัทของเขาใช้ชื่อว่า "อาลีบาบา" เพราะเห็นว่าเป็นคำที่ออกเสียงได้ง่ายในทุกภาษา และยังเป็นนิทานในอมตะนิทานอาหรับ "พันหนึ่งราตรี" ที่มีถ้อยคำที่ทุกคนจำขึ้นใจอย่าง "โอเพ่น เซซามี" หรือจงเปิดออก ในการเปิดถ้ำสมบัติ สะท้อนถึงแพลทฟอร์มของบริษัทว่าเป็น การเปิดประตูสู่อนาคตสำหรับธุรกิจเล็กๆ





