วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ก้าวต่อไปของ'อาลีบาบา'ความท้าทายเจาะตลาดสหรัฐ

"อาลีบาบา กรุ๊ป" บริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหญ่สุดของจีน ขายหุ้น ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก สหรัฐ

การนำหุ้นออกขายต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก สหรัฐ ของ "อาลีบาบา กรุ๊ป" บริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหญ่สุดของจีน ได้ถูกบันทึกไว้ว่าเป็นการระดมทุนครั้งประวัติศาสตร์ของโลก ซึ่งเม็ดเงินร่วม 25,000 ล้านดอลลาร์ที่บริษัทได้ไปนั้น ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ยักษ์ใหญ่จากแดนมังกรรายนี้ขยายธุรกิจออกไปรอบโลกด้วย

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เตือนว่า เมื่อพ้นช่วงตื่นเต้นจากการทำไอพีโอไปแล้ว อาลีบาบาอาจต้องทำงานหนักเพื่อขายธุรกิจของตัวเองให้กับผู้บริโภคในตลาดสหรัฐได้รู้จักมากขึ้น หลังอิปซอส เผยผลสำรวจความคิดที่แสดงให้เห็นว่า ชาวอเมริกันมากถึง 88% ไม่เคยได้ยินชื่ออาลีบาบามาก่อน แม้นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐจะฮือฮากับหุ้นตัวนี้อย่างมาก โดยราคาหุ้นของบริษัทในการซื้อขายอย่างเป็นทางการวันแรกพุ่งขึ้นไปถึง 38.07% ปิดซื้อขายที่ 93.89 ดอลลาร์ก็ตาม

อาลีบาบา ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2542 ด้วยจำนวนคนทำงานในบริษัทเพียง 18 คน ภายใต้การนำของ นายแจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งบริษัท โดยนายหม่าเลือกที่จะให้บริษัทของเขาใช้ชื่อว่า "อาลีบาบา" เพราะเห็นว่าเป็นคำที่ออกเสียงได้ง่ายในทุกภาษา และยังเป็นนิทานในอมตะนิทานอาหรับ "พันหนึ่งราตรี" ที่มีถ้อยคำที่ทุกคนจำขึ้นใจอย่าง "โอเพ่น เซซามี" หรือจงเปิดออก ในการเปิดถ้ำสมบัติ สะท้อนถึงแพลทฟอร์มของบริษัทว่าเป็นการเปิดประตูสู่อนาคตสำหรับธุรกิจเล็กๆ

ปัจจุบัน อาลีบาบา มีการจ้างงานมากถึง 20,000 คน มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองหั่งโจว มณฑลเจ้อเจียง ทางตะวันออกของจีน ซึ่งเป็นบ้านเกิดของหม่า โดยบริษัทมีสำนักงานอยู่ในจีนทั้งหมด 73 แห่ง และในต่างประเทศอีก 16 แห่ง

เว็บไซต์ดังของจีน อย่าง เต๋าเป่า ดอท คอม ตลาดออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และ ทีมอลล์ ดอท คอม ซึ่งเป็นสถานที่ให้บริการทำการค้าระหว่างธุรกิจกับผู้บริโภค ล้วนเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจออนไลน์ที่ดำเนินงานอยู่ภายใต้โครงสร้างของอาลีบาบา ส่วนเว็บไซต์ที่ทำให้บริษัทมีชื่อเสียงมากขึ้นในระดับสากล คือ เว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์ในสหรัฐ อย่าง 11เมน ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา

การลงทุนขนาดใหญ่อื่นๆ ของบริษัทในตลาดสหรัฐ รวมถึง ช้อปรันเนอร์ ซึ่งเป็นคู่แข่งกับบริการ "ไพรม์" ส่งสินค้าในเวลา 2 วัน ของ อเมซอน ดอท คอม ยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมค้าปลีกสหรัฐ

นายเซีย แดเนียล วิกเดอร์ รองประธานบริหาร และผู้อำนวยการวิจัย ฟอร์เรสเตอร์ รีเสิร์ช บริษัทด้านการวิจัย แสดงความเห็นว่า อาลีบาบาจำเป็นต้องทำความเข้าใจกับนักช้อปออนไลน์ในสหรัฐให้มากขึ้น โดยรายละเอียดที่แตกต่างกันระหว่างการให้บริการในตลาดจีนกับสหรัฐ กำลังจะกลายมาเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ รวมถึงวิธีการที่บริษัทจะสร้างความแตกต่างด้วย

นายวิกเดอร์ กล่าวด้วยว่า รูปแบบการทำธุรกิจค้าปลีกในตลาดจีนนั้น มักได้รับแรงหนุนจากเรื่องราคาเป็นส่วนใหญ่ แต่รูปแบบที่ขึ้นอยู่กับราคาล้วนๆ อย่างนี้ จะทำให้การแข่งขันในระยะยาวเป็นเรื่องยาก ดังนั้นอาลีบาบาจึงจำเป็นต้องทำให้ผู้ใช้บริการรู้สึกว่าได้รับประสบการณ์ที่สุดพิเศษ ถึงจะเอาชนะใจนักช้อปในตลาดที่อิ่มตัวแล้วอย่างสหรัฐ

หลังการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นายหม่า ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ (ซีอีโอ)อาลีบาบาด้วยนั้น ระบุว่า อาลีบาบามีแผนที่จะพัฒนาธุรกิจในสหรัฐ และยุโรป พร้อมทั้งย้ำว่า อาลีบาบาเป็นบริษัทอินเทอร์เน็ตที่บังเอิญมีบ้านเกิดอยู่ในจีนเท่านั้น นายวิกเดอร์ ชี้ว่า รูปแบบการพูดของนายหม่า มีแนวโน้มที่นายหม่าจะนำบริษัทของเขากระโดดเข้ามาเป็นผู้เล่นในโลกธุรกิจตะวันตกอย่างเต็มตัว

"ในการที่จะเข้าสู่ตลาดอย่างสหรัฐนั้น ถือเป็นความท้าทายอย่างมาก สำหรับการเข้ามาโดยไม่มีการซื้อกิจการรายใหญ่ ซึ่งบริษัทอาจจะต้องจ่ายเงินจำนวนมหาศาลไปในเรื่องนี้ โดยการที่จะเข้ายึดพื้นที่ในใจผู้บริโภค และสร้างแบรนด์ขึ้นมาจากความว่างเปล่า นับเป็นเรื่องที่มีราคาแพงมากสำหรับตลาดนี้" นายวิกเดอร์ กล่าว

ก่อนหน้าที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดสหรัฐนั้น อาลีบาบาเดินสายซื้อกิจการอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกับการเข้าซื้อกิจการ "ยูซีเว็บ" ผู้พัฒนาเบราเซอร์มือถือจีนภายใต้ข้อตกลงที่ไม่เปิดเผยวงเงิน เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา หลังจากที่เพิ่งจ่ายเงินไป 192 ล้านดอลลาร์ เพื่อเข้าถือหุ้น 50% ในสโมสรฟุตบอลชื่อดังของจีน "เอเวอร์แกรนด์" ในเดือนเดียวกัน

การเข้าซื้อกิจการข้างต้น ยังเกิดขึ้นหลังเมื่อเดือน พ.ค.บริษัทได้จ่ายเงินไป 249 ล้านดอลลาร์ สำหรับหุ้นจำนวนหนึ่งใน "สิงคโปร์ โพสต์" ธุรกิจไปรษณีย์สิงคโปร์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางด้านโลจิสติกส์ และการจัดส่งสินค้า นอกเหนือจากการทุ่มลงทุนรวมแล้วมากถึง 1,220 ล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อธุรกิจบันเทิงจำนวนหนึ่ง รวมถึงการเข้าถือหุ้นใน "ยูคู ทูโต๋" แพลทฟอร์มวีดิโอออนไลน์ชั้นนำของจีน เมื่อเดือน เม.ย.และซื้อกิจการ "ไชน่าวิชั่น มีเดีย กรุ๊ป" บริษัทจดทะเบียนในตลาดฮ่องกง เมื่อเดือนมี.ค.

นักวิเคราะห์มองว่า อาลีบาบาเป็นบริษัทที่มีอนาคตอย่างมาก เมื่อพิจารณาจากข้อเท็จจริงที่ว่า จีน บ้านเกิดของบริษัท เป็นประเทศที่มีประชากรออนไลน์กลุ่มใหญ่ที่สุดในโลก และมีการประเมินว่า ยอดขายสินค้าออนไลน์จะพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ราว 420,000 - 650,000 ล้านดอลลาร์ ภายในปี 2563 ผงาดขึ้นมาเป็นตลาดค้าปลีกออนไลน์รายใหญ่สุดของโลก