เกิดเหตุผู้อพยพราว500คนเสียชีวิตในทะเลเมดิเดเตอเรเนียน ใกล้กับประเทศมอลตา ตรวจสอบพบเป็นฝีมือของแก๊งค้ามนุษย์
หลังผู้อพยพเหล่านี้ปฏิเสธ ไม่ยอมเปลี่ยนเรือ
โฆษกองค์การเพื่อผู้อพยพระหว่างประเทศ หรือไอโอเอ็ม "นายฟลาวิโอ ดิ จิอาโคโม" เปิดเผยว่า ทางไอโอเอ็ม ได้รับการยืนยันจากผู้รอดชีวิต 2 รายว่า มีผู้อพยพราว 500 คน อยู่บนเรือที่อัปปางลงกลางทะเลเมดิเตอเรเนียน ใกล้กับประเทศมอลตาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และว่า แก๊งค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นคนนำกลุ่มผู้อพยพเดินทางออกจากเมืองท่าในอียิปต์ เป็นคนทื่จมเรือดังกล่าว เนื่องจากผู้อพยพขัดคำสั่งให้เปลี่ยนเรือ
เหตุการณ์ดังกล่าว มีผู้รอดชีวิตมาได้เพียง 9 คนเท่านั้น และทั้งหมดถูกนำตัวมายังเกาะซิซิลี ทางตอนใต้ของอิตาลี ซึ่งผู้รอดชีวิต ระบุด้วยว่า าผู้อพยพในเรือลำดังกล่าวมีหลากหลายสัญชาติ ทั้งซีเรีย ปาเลสไตน์ อียิปต์ และ ซูดาน ทั้งหมดขึ้นเรือที่เมืองดาเมียตตา ของอิยิปต์ เมื่อวันที่ 6 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อไปยังแผ่นดินยุโรป
ระหว่างทางต้องเปลี่ยนไปขึ้นเรือหลายครั้ง ที่สุดก็ต้องย้ายมายังเรือลำหนึ่งที่มีขนาดเล็กทำให้เกิดความกลัวว่าจะรับน้ำหนักไม่ได้ จึงปฏิเสธที่จะย้ายไปยังเรือดังกล่าว ทำให้สมาชิกแก๊งค้ามนุษย์ที่ควบคุมมาเกิดความโกรธ และใช้เรือลำใหญ่กว่าพุ่งชนเรือที่บรรทุกผู้อพยพทั้งหมดจนล่ม
ตำรวจอิตาลีระบุว่าได้เริ่มสอบสวนคดีเรือล่มดังกล่าวแล้ว ขณะที่กองทัพเรืออิตาลีเปิดเผยว่าในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สามารถช่วยเหลือผู้อพยพและลี้ภัยในทะเลเมดิเตอรเรเนียนมากถึง 2,380 คน





