สหประชาชาติ เผย ระดับก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2556
นายมิเชล จาร์ราอุด ผู้อำนวยการองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกกล่าวว่า ทุกฝ่ายต้องช่วยกันเปลี่ยนแปลงแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศซึ่งเกิดจากกิจกรรมของมนุษย์และการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลด้วยการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ
รายงานขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลกเกี่ยวกับระดับก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศที่ได้รับการเผยแพร่วันนี้ระบุว่า ระดับความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน และไนตรัสออกไซด์ล้วนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2556 โดยระดับความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเพิ่มขึ้นเป็น 396 ส่วนในล้านส่วน ในปี 2556 หรือคิดเป็นร้อยละ 142 ของระดับก่อนยุคอุตสาหกรรมซึ่งเป็นช่วงก่อนปี 2293 เฉพาะในช่วงปี 2555-2556 ระดับความเข้มข้นของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพิ่มขึ้น 2.9 ส่วนในล้านส่วน ซึ่งนับว่าสูงที่สุดในรอบ 30 ปี
รายงานยังระบุว่า แรงแผ่รังสีหรือผลกระทบจากก๊าซเรือนกระจกอย่างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำให้โลกร้อนขึ้นเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 34 ในช่วงปี 2533-2556 ทั้งนี้ 1 ใน 4 ของก๊าซเรือนกระจกจะถูกดูดซับเอาไว้ในมหาสมุทร ขณะที่อีก 1 ใน 4 จะถูกดูดเข้าไปสู่ชีวมณฑล หรือส่วนของพื้นผิวและบรรยากาศของโลกที่มีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ และจะจำกัดอัตราก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศตามธรรมชาติแต่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะยังคงอยู่ในชั้นบรรยากาศเป็นเวลาหลายร้อยปีและอยู่ในมหาสมุทรนานกว่านั้นอีก ซึ่งก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่สะสมอยู่อยู่ในมหาสมุทรก็มีผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาก ๆ จะทำให้น้ำทะเลมีสภาพเป็นกรดมากขึ้นและส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ





