องค์การอนามัยโลก แนะกลุ่มประเทศที่มีรายงานอีโบลาระบาด ควรเริ่มตรวจผู้เดินทางเข้าออกประเทศทุกช่องทาง
องค์การอนามัยโลกแถลงว่า กลุ่มประเทศที่มีรายงานโรคอีโบลาระบาด รวมถึงประเทศที่ไม่มีการระบาด จำเป็นต้องเข้มงวดในการตรวจสอบและควบคุมโรคทันที แต่ยังไม่จำเป็นต้องสั่งห้ามเดินทางหากไม่ได้ร่วมชายแดนเดียวกับกลุ่มประเทศที่ประสบปัญหาไวรัสอีโบลาระบาด อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกไม่ได้ระบุชื่อประเทศที่จะต้องเริ่มตรวจสอบผู้โดยสาร
แม้ว่าความเสี่ยงของไวรัสอีโบลาระบาดจากการเดินทางโดยเครื่องบินถือว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าเมื่อเทียบกับโรคไข้หวัดหรือวัณโรค แต่ทางองค์การอนามัยโลกระบุว่าผู้ป่วยจากเชื้อไวรัสไม่ควรได้รับอนุญาตให้เดินทางอยู่แล้ว ส่วนผู้โดยสารทุกคนควรล้างมือและหลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ
นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลกยังเปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตพุ่งทะลุ 1,000 คน มากว่า 1 สัปดาห์แล้ว โดยล่าสุดอยู่ที่ 1,229 คน ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น 113 คน ในช่วงเวลาเพียง 3 วัน ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 2,240 คน นับเป็นการระบาดครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่มีการค้นพบเชื้อไวรัสนี้เมื่อ 40 ปีที่ผ่านมาในพื้นที่ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกในปัจจุบัน โดยการระบาดในปีนี้เริ่มจากกินีและระบาดไปยัง 4 ประเทศแอฟริกาตะวันตก ได้แก่ ไลบีเรีย เซียร์ราลีโอน กินี และไนจีเรีย


