วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กูเกิลจับมือบ.เอเชียสร้างเคเบิลข้ามแปซิฟิก

"กูเกิล"จับมือ 5 บริษัทโทรคมนาคมชั้นนำจากเอเชีย ติดตั้งระบบเคเบิลใต้น้ำพาดผ่านมหาสมุทรแปซิฟิก

"กูเกิล" บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐ จับมือ 5 บริษัทโทรคมนาคมชั้นนำจากเอเชีย ติดตั้งระบบเคเบิลใต้น้ำมูลค่า 300 ล้านดอลลาร์พาดผ่านมหาสมุทรแปซิฟิก เพื่อรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้น

โครงการนี้มีชื่อว่า "ฟาสเตอร์" (FASTER) เป็นการวางสายใยแก้วนำแสงความยาว 9,000 กิโลเมตร พาดผ่านมหาสมุทรแปซิฟิก จากญี่ปุ่นถึงสหรัฐ และจะขยายไปยังประเทศอื่นๆ ในเอเชียภายหลัง สำหรับบริษัทที่มีส่วนร่วมในโครงการดังกล่าวกับกูเกิ้ล ประกอบด้วย "เคดีดีไอ" ผู้ให้บริการมือถือของญี่ปุ่น "ไชน่า โมบาย อินเตอร์เนชั่นแนล" และ "ไชน่า เทเลคอม โกลบอล" จากจีน "โกลบอล ทรานสิท" จากมาเลเซีย และ "สิงเทล"ของสิงคโปร์

ปัจจุบันมีการวางสายเคเบิลใต้น้ำเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหลายร้อยจุดทั่วโลก แต่นายอูยอง ชอย ประธานคณะกรรมการโครงการนี้ กล่าวว่าระบบของฟาสเตอร์จะมีกําลังการผลิตเต็มที่มากที่สุดเท่าที่เคยสร้างมาบนเส้นทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางที่ยาวที่สุดในโลก

บริษัทร่วมทุนทั้ง 6 แห่งกล่าวด้วยว่า ระบบฟาสเตอร์จะสามารถให้บริการได้ภายในครึ่งปีแรกของปี 2559 โดยบริษัทเอ็นอีซีของญี่ปุ่นจะเป็นผู้สร้างระบบให้

ทั้งนี้ ระบบใยแก้วนำแสงใต้น้ำมีความสำคัญต่อการใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกเป็นอย่างมาก โดยเมื่อปี 2551 การสื่อสารระหว่างยุโรป ตะวันออกกลาง และเอเชียต้องปั่นป่วนอย่างหนักภายหลังจากที่สายเคเบิลใต้น้ำแถบเมืองอเล็กซานเดรีย ประเทศอียิปต์ ได้รับความเสียหาย การใช้อินเทอร์เน็ตในอินเดียได้รับผลกระทบมากถึง 65% ขณะที่การเกิดสึนามิครั้งใหญ่เมื่อปี 2554 ส่งผลให้บริษัทเคดีดีไอของญี่ปุ่น ต้องซ่อมระบบเคเบิ้ลใต้น้ำที่ได้รับความเสียหายครั้งใหญ่เลยทีเดียว